นเฉินเสียนจึงหันกลับมาและขึ้นเกี้ยวเพื่อกลับไปยังจวนแม่ทัพเฉินเสียนนิ่งเงียบมาตลอดทาง อวี้เยี่ยนกังวลจนอดถามไม่ได้ว่า “องค์หญิงทรงคิดอะไรอยู่หรือเพคะ”“ข้ากำลังคิดว่า…” เฉินเสียนพูดพลางพาดข้อศอกไว้ที่บานหน้าต่างและเกยคางมองไปข้างนอก “ลิ้นจี่ของจิ้งจอกเหลียนอร่อยมากจริงๆ”อวี้เยี่ยนกะพริบตาปริบๆ “บ่าวคิดว่าองค์หญิงทรงคิดถึงเรื่องที่ไม่มีความสุขอยู่เสียอีกเพคะ”“ไหนเจ้าลองบอกมาสิ มีเรื่องอะไรที่ทำให้ข้าไม่มีความสุข”เฉินเสียนไม่คิดมาก เรื่องบางเรื่องได้ถามต่อหน้าไปแล้วและเธอจะไม่ยุ่งกับมันอีก สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่คำตอบจากเหลียนชิงโจว แต่เป็นทัศนคติของเขาส่วนเรื่องการต่อสู้ระหว่างราชวงศ์มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย ถึงแม้ในท้ายที่สุดพวกเขาจะใช้เธอเป็นหุ่นเชิด แต่พวกเขาก็ต้องถามเธอด้วยว่าเธอเห็นด้วยหรือเปล่าอวี้เยี่ยนเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมองแล้วตอบว่า “บ่าวก็ไม่รู้เช่นกันเพคะ บ่าวแค่อยากให้องค์หญิงมีความสุขในทุกๆ วันก็เท่านั้น เพียงแค่นี้บ่าวก็พอใจแล้ว”เฉินเสียนบีบแก้มกลมๆ ของนางและหัวเราะเบาๆในเรือนอันเงียบสงบ เหลียนชิงโจวนั่งคุกเข่านั่งอยู่บนเสื่อและเล่าให้ชายหนุ่มที่อยู่หลังม่านไม้ไผ่ฟังว่าเฉินเสียนพูดอะไรบ้างชายผู้นั้นหยิบไม้กฤษณาขึ้นมาและใส่ลงไปในกระถางธูปสัตว์มงคล จากนั้นกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็ค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่ว356