งเงาหนึ่งกดลงมาปกคลุมศีรษะนางไม่ใช่แม่เฒ่ารองเท้าคู่สวยหนึ่ง ปักลายตกแต่งชัดเจนด้านบน ปลายกระโปรงสีกากีไหลลงมา ขับให้ขาเรียวคู่นั้นบอบบางและเล็กเซียงซั่นมือสองข้างหยุดชะงัก สายตาอดไม่ได้ที่จะค่อยๆ เลื่อนจากรองเท้าคู่นั้นและปลายกระโปรงสีกากีขึ้นไปแววตาเซียงซั่นค่อยๆ เลื่อนไปยังหน้าท้องตั้งตรง หยุดที่ใบหน้าสบายๆของเฉินเสียน เข้าไปในแววตาสงบนิ่งของเธอเซียงซั่นไม่อยากจะเชื่อ ในขณะเดียวกันก็กระวนกระวายใจอย่างยิ่ง นางไม่ได้มองผิด ผู้ที่มาไม่ใช่หลิ่วเหมยอู่ แต่เป็นเฉินเสียนนางรักษาท่วงท่าเชิดเอาไว้ นั่งยองที่พื้นมองเฉินเสียนตลอดเวลา สองเท้าค่อยๆ ชาจนไม่รู้สึกเฉินเสียนเปล่งเสียงถามขึ้นก่อน “จำไม่ได้แล้วหรือ?”335
เซียงซั่นได้สติกลับมา กล่าวขึ้น “จำไม่ได้ได้อย่างไรเพคะ พระองค์มาหัวเราะเยาะหม่อมฉันล่ะสิเพคะ”เฉินเสียนพยักหน้า กล่าวขึ้น “แน่นอน”ผู้อื่นต่างตกใจรูปลักษณ์น่ากลัวของเซียงซั่น ล้วนอยู่ห่างนาง มีเพียงเฉินเสียนผู้เดียวที่จ้องใบหน้านางอย่างสงบนิ่งไม่แยแสเพราะเฉินเสียนเหมือนนาง ครั้งหนึ่งเคยเสียโฉม ในขณะนี้ใบหน้าก็มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดเช่นกันเฉินเสียนย่อตัวลงไป นิ้วบีบคางเซียงซั่น ยกใบหน้านางขึ้นเบาๆ ตรวจสอบครู่หนึ่งก่อนกล่าวขึ้น “เจ้าไม่กล้าเผชิญหน้ากับตัวเองด้วยซํ้า ก็ไม่น่าแปลกใจผู้อื่นถึงไม่กล้าจ้องมองเจ้า”เซียงซั่นตัวสั่นเล็กน้อย ยิ้มอย่างเศร้าสร้อย กล่าวขึ้น “หม่อมฉันจะกล้ามองได้อย