เซียงซั่นงงงันไปชั่วขณะ จากนั้นก็ได้ยินเสียงหลิ่วเหมยอู่พูดขึ้นด้วยเสียงลอดไรฟัน : “เจ้าบอกว่าเจ้ามิบังอาจ แล้วใครใช้ให้เจ้ากล้าไปให้ท่าท่านแม่ทัพและใครให้เจ้ากล้าโยนความผิดให้กับอวิ๋นเอ๋อร์”เซียงซั่นที่กองอยู่กับพื้น ใบหน้าขาวซีด รีบส่ายหน้าหวังจะปฏิเสธหลิ่วเหมยอู่จึงพูดขึ้นว่า : “เมื่อครู่ข้าได้ถามท่านแม่ทัพแล้ว เหตุผลที่อวิ๋นเอ๋อร์ถูกประหารชีวิต เป็นเพราะนํ้าซุปถ้วยนั้น และเจ้าบอกกับท่านแม่ทัพว่าอวิ๋นเอ๋อร์เป็นคนต้มซุปถ้วยนั้นใช่หรือไม่!”“บ่าวเปล่านะเจ้าคะ……”“เปล่างั้นรึ? งั้นข้าจะเรียกท่านแม่ทัพกลับมาคุยกับเจ้าใหม่!”หลิ่วเหมยอู่เดินผ่านเซียงซั่นไป เซียงซั่นรีบเอนตัวมากอดขาของนางไว้แน่นนํ้าตาอาบแก้ม : “นายหญิงอย่านะเจ้าคะ……ได้โปรด……”หลิ่วเหมยอู่หรี่ตาลง จ้องเซียงซั่นด้วยดวงตาที่แดงกํ่าดังอสูร : “เจ้าทำให้อวิ๋นเอ๋อร์ตายไปอย่างง่ายดาย ไม่กลัวว่ากลางดึกวิญญาณอวิ๋นเอ๋อร์จะมาทวงชีวิตนางคืนหรือ?”เซียงซั่นร่างกายสั่นเทา : “ไม่ใช่บ่าว บ่าวไม่ได้ทำ……เป็นเพราะอวิ๋นเอ๋อร์ชอบรังแกผู้คนมากมายไปทั่ว และในตอนแรกเป็นบ่าวที่รับใช้อยู่ข้างกายนายหญิงแล้วทำไมนายหญิงถึงต้องเลือกนางด้วยเจ้าคะ……นายหญิง บ่าวโดนบีบจนไร้หนทางจะเดิน บ่าวข้อร้อง ได้โปรดอย่าบอกท่านแม่ทัพเลยนะเจ้าคะ!”274
ในห้องมีเพียงเสียงร้องไห้ของเซียงซั่นผ่านไปพักใหญ่ หลิ่วเหมยอู่ก็หัวเราะขึ้นมาอย่างน่ากลัว แล้วพูดขึ้นเสียงเบา :“เซียงซั่น