ทำให้ฉินหรูเหลียงหมดความอดทนต่อนางอีกด้วยเพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าละครที่แสดงอยู่บนเวทีจะไม่ได้ทำให้นางมีความสุข แต่นางก็พยายามฝืนยิ้มออกไป และทำลายความตึงเครียดระหว่างทั้งสองลงไปได้เซียงซั่นยังอยู่ในสวนดอกพุดตาน นางยังไม่โดนจัดการอะไรทั้งสิ้นความสัมพันธ์ระหว่างเซียงซั่นและหลิ่วเหมยอู่นั้นไปถึงจุดเยือกแข็งที่สุดแล้วแต่คนในจวนไม่มีใครรู้ และเซียงซั่นก็จะถูกท่านแม่ทัพอุปถัมภ์ พูดตามความเป็นจริงแล้ว เซียงซั่นไม่ได้ยินยอมเอง แต่ถูกฉินหรูเหลียงบังคับขืนใจต่างหากสำหรับแม่ทัพจะมีภรรยาสามอนุสี่ เป็นเรื่องที่ปกติเป็นอย่างมากหากหลิ่วเหมยอู่ไล่เซียงซั่นไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ คงจะหนีไม่พ้นขี้ปากและคำครหาของชาวบ้าน ว่านางจิตใจคับแคบ แม้แต่บ่าวรับใช้ข้างตัวก็ยอมให้ไม่ได้หากรู้ว่าเซียงซั่นเป็นบ่าวรับใช้ข้างตัวที่หลิ่วเหมยอู่เคยโปรดปรานที่สุดถ้าเป็นแบบนี้ วันข้างหน้าใครจะกล้ามารับใช้นางอย่างซื่อสัตย์สุดกายสุดใจตกบ่าย ฉินหรูเหลียงตัดสินใจเดินเข้าไปที่สวนดอกพุดตานของหลิ่วเหมยอู่เหมยอู่ย่อตัวคำนับทักทายฉินหรูเหลียงถามขึ้นว่า : “เหมยอู่ เจ้าชิงชังข้าหรือ?”270
หลิ่วเหมยอู่ฝืนยิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า : “เหมยอู่หรือจะบังอาจชิงชังท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพทั้งรักและเอ็นดู คอยทะนุถนอมเหมยอู่ ก็เป็นบุญวาสนาของเหมยอู่แล้วเจ้าค่ะ แต่หากมีเพียงเหมยอู่คนเดียว ย่อมเบื่อหน่ายเป็นธรรมดา”ฉินหรูเหลียงโอบไหล่หลิ่วเหมยอู่เข้าห้อง พ