งเวลาของฟ้าสางมาถึง เซียงซั่นที่ยังคงสลบอยู่ จู่ๆ ก็ถูกยกไปวางบนพื้นร่างกายที่เปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นที่เย็นเยียบ นางสะดุ้งไปทั้งตัว แล้วจึงค่อยๆได้สติขึ้นมาผิวที่ขาวเนียน ปรากฏร่องรอยชํ้าตามตัวเต็มไปหมด และเลือดพรหมจรรย์ที่เลอะเปื้อนม้านั่ง ดูแล้วอุจาดตาไม่น้อยฉินหรูเหลียงนั่งอยู่บนม้านั่ง เมื่อได้สติแล้ว เขาก็ไม่อาจยอมรับและผ่านพ้นมันไม่ได้มองเห็นเพียงขาที่ยาวของเขาที่เหยียบลงพื้น เขาก็คว้าคอของเซียงซั่นขึ้นมาทันที : “กำเริบเสิบสาน กล้าดียังไงมาปีนขึ้นบนเตียงของข้า!”เซียงซั่นเนื้อตัวสั่นเทา หยดนํ้าตาไหลไม่หยุด : “ท่านแม่ทัพ บ่าวมิบังอาจ……เป็นท่านแม่ทัพเอง……”ฉินหรูเหลียงสายตาเย็นยะเยือกที่สะท้านถึงขั้วหัวใจ นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้มีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเขา หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างเขาเองก็มิอาจจำได้ แต่เขามั่นใจได้อย่างหนึ่ง ซุปถ้วยนั้นมีปัญหาอย่างแน่นอน262
เซียงซั่นทั้งหวาดกลัวทั้งกระดากอาย : “เมื่อคืนนี้บ่าวคิดว่าท่านแม่ทัพดื่มซุปเสร็จแล้ว จึงตั้งใจว่าจะมาเก็บถ้วย แต่พอเข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป เข้าใจผิดว่าบ่าวเป็นนายหญิง……”ฉินหรูเหลียงชะงักงันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเซียงซั่นนํ้าตาซึม พูดขึ้นต่อว่า : “บ่าวทั้งร้องทั้งตะโกน ร้องขอให้ท่านเมตตาปล่อยบ่าวไป……บ่าวหลบไม่ได้หนีไม่พ้น และสุดท้ายมิอาจต้านแรงไหวจึง……”ในห้องตำรามีเพียงเสียงร้องไห้ของเซียงซั่น บรรยาก