าศในห้องเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่หนาวสะท้านจนในที่สุดเขาก็ปล่อยคอของเซียงซั่น ทิ้งลงกับพื้น ตะโกนเสียงดัง : “ไสหัวไปซะ!”เซียงซั่นนํ้าตาคลอเบ้า เก็บเสื้อผ้าที่ฉีกเป็นชิ้นๆ บนพื้นขึ้นมาคลุมตัวไว้ฉินหรูเหลียงไม่อยากเห็นแม้แต่หางตา ทำไมถึงมองชุดสีเขียวอ่อนนั้นเป็นหลิ่วเหมยอู่ไปได้เซียงซั่นไม่อยู่ต่อ หมุนตัวร้องไห้วิ่งออกจากห้องตำราไปทันทีหลายวันมานี้ท้องฟ้าสีหม่น แสงสีขาวกระทบกับเมฆที่ปลายฟ้านางวิ่งจนถึงหลังเรือนหลัก หยุดร้องไห้ พร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่ตัวเองซ่อนไว้ตั้งแต่แรกออกมาเปลี่ยน นางตั้งใจดึงคอเสื้อออก เพื่อให้เห็นถึงความไม่เรียบร้อยจากนั้นก็ร้องไห้กลับไปยังสวนดอกพุดตานเซียงซั่นไม่อยากให้เรื่องนี้จบเพียงเท่านี้ ไม่อย่างงั้นก็เท่ากับว่านางขาดทุน263
นางจะต้องให้หลิ่วเหมยอู่รับรู้เรื่องนี้ เพื่อให้ฉินหรูเหลียงจัดการเรื่องนี้ลำบากยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นเมื่อกลับถึงสวนดอกพุดตานแล้ว เซียงซั่นก็ร้องเจียนจะขาดใจอวิ๋นเอ๋อร์จึงรีบไปดู เมื่อเห็นสภาพของเซียงซั่นแล้ว อวิ๋นเอ๋อร์ก็อึ้งไปชั่วขณะอวิ๋นเอ๋อร์รีบไปรายงานเรื่องนี้กับหลิ่วเหมยอู่ ไม่นาน หลิ่วเหมยอู่ก็สวมเสื้อคลุมแล้วรีบออกมาทันที เมื่อเห็นสภาพของเซียงซั่นแล้ว ก็รู้เลยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นหลิ่วเหมยอู่รู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงถามขึ้นว่า : “เกิดอะไรขึ้น?”เซียงซั่นตอบกลับด้วยเสียงสะอึกสะอื้น : “บ่าวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น……เมื่อคืนบ่าวนึกขึ้นได้