เพียงชั่วอึดใจ ฉินหรูเหลียงก็ออกคำสั่งว่า : “ใครก็ได้ มาลากตัวนังบ่าวชั้นตํ่านี้ไปโบยเสีย”เมื่อบ่าวรับใช้จะเข้ามาลากเซียงซั่นที่กองอยู่กับพื้น แต่ฉินหรูเหลียงกลับชี้ไปที่อวิ๋นเอ๋อร์อย่างไม่ลังเล พร้อมกับพูดถึงว่า : “ไม่ใช่นังคนนั้น นังคนนี้ต่างหาก”อวิ๋นเอ๋อร์ขาอ่อน คุกเข่าลงกับพื้น : “ท่านแม่ทัพ ได้โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย!บ่าวไม่รู้ว่าทำอะไรผิดไป……”เซียงซั่นที่ร้องไห้กองอยู่กับพื้น แสยะยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วยิ้มนั้นก็หายวับไปเหมือนกับควันจางฉินหรูเหลียงไม่ฟังคำอธิบายอะไรใดๆ ทั้งสิ้น : “ลากตัวไป!”หลิ่วเหมยอู่งงงันอย่างฉับพลับ จนอวิ๋นเอ๋อร์ถูกลากไปไกลแล้ว นางถึงได้สติกลับมา265
เรื่องก็กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ฉินหรูเหลียงไม่รู้ว่าจะสู้หน้านางอย่างไรดี ทำได้เพียงมองนางอยู่อย่างนั้น และเดินจากไปในท้ายที่สุดเรือนด้านหน้าของจวนท่านแม่ทัพโหวกเหวกโวยวายอยู่พักใหญ่ หลังจากนั้นก็เงียบไปเมื่อเฉินเสียนตื่นขึ้น อากาศดีกว่าเมื่อเช้ามากอวี้เยี่ยนเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ ด้วยใบหน้าซีดขาว“เป็นอะไรไป?”อวี้เยี่ยนเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดขึ้นว่า : “เช้าตรู่วันนี้อวิ๋นเอ๋อร์ถูกโทษโบยตายเพคะ”เฉินเสียนใจหายวูบสีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ: “โบยจนตายหรือ? เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นอวิ๋นเอ๋อร์ ไม่ใช่เซียงซั่น?”“หม่อมฉันมั่นใจว่าเป็นอวิ๋นเอ๋อร์เพคะ” อวี้เยี่ยนพูดขึ้น : “ตอนนี้ข่าวกระจายไปทั่วทั้งจวนแล้ว เห็นว่าเมื่อคืนนี้เซียง