เฉินเสียนยื่นมือออกไป ลูกแมวตัวน้อยก็ตื่นกลัวมาก เธอลูบหัวแมวนายอย่างอ่อนโยน เฉินเสียนยิ้มและกล่าวว่า “ไปหยิบอาหารมา”อวี้เยี่ยนเข้าไปในเรือนครัวพร้อมหยิบหมั่นโถวมาและเอ่ยว่า “ตอนนี้เหลือเพียงเท่านี้เพคะ ไม่ทราบว่าจะกินได้หรือไม่”เฉินเสียนหยิบหมั่นโถวมาป้อนแมว เดาว่ามันคงหิวและตื่นตระหนก ในตอนแรกก็ต่อต้านอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยกินทีละน้อยอวี้เยี่ยนยืนขึ้นและเอ่ยว่า “องค์หญิงให้อาหารไปก่อนเพคะ บ่าวจะไปทำโจ๊กให้องค์หญิง”อวี้เยี่ยนหันหลังกลับและเข้าไปข้างใน ปล่อยให้เฉินเสียนอยู่คนเดียวในลานเมื่อฉินหรูเหลียงเข้ามา เขาเห็นเธอนั่งยองๆ อยู่ที่ลาน กำลังให้อาหารแมวตัวน้อยอย่างอดทน ผมบนขมับระลงมาปิดใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบาเธอนั่งยองๆ เป็นเวลานานก็เริ่มรู้สึกชา เธอจึงนั่งบนพื้นโดยไม่สนใจอะไร อุ้มลูกแมวตัวน้อยไว้ในมือข้างหนึ่ง พร้อมกับอาหารในฝ่ามือของเธอ ลูกแมวตัวน้อยกำลังสั่นระริกแต่ก็ยังกินไม่หยุด พลางส่งเสียงร้องครั้งเป็นครั้งคราวเฉินเสียนยิ้มตาหยี ลูบขนอย่างอ่อนโยน “กินเถอะ รอเจ้ามีแรงแล้วค่อยมาข่วนข้า”เดิมทีเธอก็มีด้านที่อ่อนโยน แค่ความอ่อนโยนของเธอแสดงออกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล230
เมื่อลูกแมวกินอยู่ๆ จู่ๆ ก็กระโดดขึ้นด้วยความตกใจ หนีจากอ้อมแขนของเฉินเสียนและเข้าไปพงหญ้าข้างๆอย่างหวาดกลัวทันทีที่เฉินเสียนคิดที่จะลุกขึ้น เธอก็เห็นรองเท้าบู๊ตสีดำคู่หนึ่งตรงหน้าเธอเธอมองตามรองเท้าและแหงนหน้าขึ