เมื่อออกมาจากโถงบุปผาจึงเห็นว่าเซียงซั่นกำลังนอนควํ่าอยู่บนม้านั่งอย่างอ่อนแรง บนแผ่นหลังของนางมีคราบเลือดให้เห็นประปราย นางเงยหน้าและจ้องมองเฉินเสียนอย่างจงเกลียดจงชังเฉินเสียนหยุดและชายตามองนางก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้องกังวล เจ้ายังตายไม่ได้ อย่ามองข้าแบบนั้น แล้วอีกไม่นานเจ้าจะต้องขอบคุณข้า”ทันทีที่สิ้นเสียงเฉินเสียน ร่างของใครบางคนก็ถลันเข้ามาจากด้านนอกปรากฏว่าหลังจากฟื้นคืนสติหลิ่วเหมยอู่ก็รู้ว่าเซียงซั่นถูกลงโทษอยู่ที่โถงบุปผา ดังนั้นนางจึงฝืนลุกขึ้นและให้แม่เฒ่าพยุงมาที่นี่ทันทีที่เห็นสภาพของเซียงซั่น นางก็แทบจะเป็นลมไปอีกครั้งฉินหรูเหลียงเห็นดังนั้นจึงปัดแม่เฒ่าออกไปและดึงหลิ่วเหมยอู่เข้ามาไว้ในอ้อมกอด หลิ่วเหมยอู่เอนกายซบลงกับอกเขา นางร้องไห้ราวกับดอกสาลี่ที่ต้องหยาดฝน ทั้งซีดเซียวและเปราะบางฉินหรูเหลียงสั่งให้แม่เฒ่าพาเซียงซั่นออกไป ในขณะที่ตัวเขาก็อุ้มหลิ่วเหมยอู่ขึ้นมาและออกไปจากที่นี่ด้วยเมื่อไปถึงสวนดอกพุดตานหลิ่วเหมยอู่ก็ร้องไห้อย่างทุกข์ระทม “ทำไมกัน…เห็นได้ชัดว่าเซียงซั่นไม่ได้ทำอะไรผิด… ทำไมจึงต้องถูกลงโทษเช่นนี้…”“อย่าร้องเลย” ฉินหรูเหลียงเช็ดนํ้าตาให้นางอย่างอ่อนโยน “เซียงซั่นเป็นแค่สาวใช้ พักฟื้นแค่ไม่กี่วันเดี๋ยวก็หาย”211
หลิ่วเหมยอู่กล่าวว่า “แม้ว่านางจะเป็นแค่สาวใช้ แต่เหมยอู่ก็รักนางดั่งพี่สาวตอนนี้นางถูกลงโทษเพราะช่วยทวงความยุติธรรมให้เหมยอู่ เหมยอู่รู้สึกทุกข์