บ่าวรับใช้หันไปมองตามเสียงและหลีกทางให้โดยอัตโนมัติเฉินเสียนกะพริบตาปริบๆ เธอเห็นชายที่แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างดีผู้หนึ่งเดินมาจากข้างนอก เขาถือแส้ขนจามรีไว้ในอ้อมแขนอีกทั้งยังสวมชุดผ้าปักลวดลายสวยงามทันใดนั้นความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอ… นี่คือขันทีจริงๆ ใช่หรือไม่?ฉินหรูเหลียงหยุดชะงัก เขายังคงควบคุมความเคลื่อนไหวของเฉินเสียนไว้ด้วยกริชในมือ ณ เวลานี้ขันทีเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อให้อยากจะถอยก็ไม่ทันเสียแล้วขันทีผู้นั้นตกตะลึงและเอ่ยขึ้นว่า “กระหม่อมเข้ามาเมื่อครู่ เห็นที่ลานด้านหน้าไม่มีใครมาคอยต้อนรับ เหลือเพียงคนเฝ้ายามอยู่แค่สองคน พอได้ยินว่าทุกคนพากันมาอยู่ที่โถงบุปผาแห่งนี้กระหม่อมจึงถือวิสาสะเดินเข้ามาดู ไหนเลยจะคิดว่าจะมีศึกใหญ่ขนาดนี้”เฉินเสียนกะพริบตาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนฟ้าชี้ทางสว่างให้แก่เธอฉินหรูเหลียงรู้สึกถึงร่างกายที่สั่นไหวของสตรีที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นชัดๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นร่างกายของเขาก็แข็งทื่อเขาเห็นนํ้าตาสองสายไหลออกมาจากดวงตาของเฉินเสียนเมื่อเธอกะพริบตาอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ท่าทีคับอกคับใจ เสียงรํ่าไห้สะอึกสะอื้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูเหมือนสายนํ้าที่ไหลริน มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนเขาตามไม่ทัน!205
นับตั้งแต่วันที่เขาแต่งงานกับหลิ่วเหมยอู่ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินหรูเหลียงเห็นเฉินเสียนหลั่งนํ้าตากับตาของตัวเองเธอตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างกล