่างเฉยเมยว่า “ข้าไม่มีฝีมือและเอาชนะท่านแม่ทัพฉินไม่ได้ สมแล้วที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่อันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่ จัดการกับข้าที่เป็นผู้หญิงได้ง่ายดาย”แววตาของฉินหรูเหลียงเปลี่ยนไป เขาเอ่ยเรียบๆ ว่า “นี่ไม่ใช่เวลาร้องขอความเมตตาหรอกหรือ ยังจะกล้าพูดจาแดกดันได้อย่างฉะฉานอยู่อีกนะ”เฉินเสียนหันไปชายตามองเขาแล้วพูดว่า “ข้าก็แค่ยั่วยุท่าน ท่านกล้าบั่นคอข้าด้วยกริชนี้ไหมล่ะ” ฉินหรูเหลียงต้องขยับกริชหนีเมื่อเธอหันศีรษะเธอยิ้มอย่างสงบและกล่าวว่า “ท่านไม่กล้าฆ่าข้าละสิแม่ทัพฉิน หากฆ่าองค์หญิงจิ้งเสียนแห่งต้าฉู่ ท่านจะกลายเป็นกบฏ”ฉินหรูเหลียงขมวดคิ้วแน่นด้วยความเดือดดาลเฉินเสียนกล่าวว่า “แต่ข้ากล้า ข้ามีอะไรต้องกลัวล่ะ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นแค่คนที่ถูกทอดทิ้ง เป็นองค์หญิงผู้ตกตํ่าที่ถูกแม่ทัพใหญ่กระทำอย่างโหดร้าย วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อข้าสิ้นหวังและหมดหนทาง ก็เป็นไปได้ว่าข้าอาจจะคว้ามีดมาฆ่าพวกท่านยกครัว… บางทีท่านอาจจะช่วยเสด็จพี่ขจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ของพระองค์ได้ก็เป็นได้ นับเป็นคุณูปการของท่านเลยนะ!”แววตาของฉินหรูเหลียงมืดมนลง เขากำกริชในมือแน่นและพูดช้าๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เฉินเสียน อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย”ทันใดนั้นก็มีเสียงเล็กแหลมดังขึ้นมาจากด้านนอก “พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ ดูคึกคักกันเสียจริง”204