ลียงไปเยือนสวนดอกพุดตานด้วยความโกรธ ขณะนั้นเซียงซั่นกำลังทายาขี้ผึ้งให้หลิ่วเหมยอู่อยู่ในห้องรอยฟกชํ้าบนร่างกายที่บอบบางของหลิ่วเหมยอู่ยังไม่จางหายไปเมื่อเห็นฉินหรูเหลียงมาที่นี่หลิ่วเหมยอู่ก็มีอาการเหนียมอายและบิดเสื้อผ้าอย่างเขินๆ ก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยสายตาที่หวานหยาดเยิ้มว่า “ทำไมท่านแม่ทัพถึงมาที่นี่หรือเจ้าคะ”ฉินหรูเหลียงนึกย้อนไปแล้วก็ตระหนักได้ว่าช่วงหลังเขามักจะมาที่สวนดอกพุดตานพร้อมกับความโกรธเกรี้ยวเสมอ ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินเสียน และเรื่องนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับหลิ่วเหมยอู่เลยแม้แต่น้อยแววตาของฉินหรูเหลียงหรี่แสงลงเมื่อเห็นรอยฟกชํ้าบนร่างกายของหลิ่วเหมยอู่ แววแห่งความทุกข์ใจปรากฏวาบขึ้นมา และความโกรธภายในใจก็ดับวูบลงเขาก้าวเข้ามาและพูดว่า “พอมีเวลาก็เลยมาดูน่ะ ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”ร่างกายของหลิ่วเหมยอู่มีเสื้อผ้าปกปิดไว้เพียงครึ่งหนึ่ง นางพูดอย่างอ่อนหวานว่า “ทายาตามกำหนดทุกวัน ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ”ฉินหรูเหลียงหยิบยาขี้ผึ้งมาจากมือของเซียงซั่น นางถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ก่อนที่ฉินหรูเหลียงจะทายาให้หลิ่วเหมยอู่145
ปลายนิ้วที่หยาบกร้านปาดยาขี้ผึ้งแล้วทาลงบนผิวที่บอบบางของหลิ่วเหมยอู่ชั่วขณะนั้นบรรยากาศภายในห้องดูเต็มไปด้วยความอ่อนโยนทว่าเหมือนมีอะไรดลใจให้ฉินหรูเหลียงนึกถึงคำพูดที่เฉินเสียนพูดกับหมอหลวงขึ้นมา ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรเชื่อผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกคนน