ียนก็ถอนสายตากลับมาและโยนกริชในมือลงพื้นจนเกิดเสียงดังอวี้เยี่ยนกลัวจนเบะปากร้องไห้ “องค์หญิง เมื่อครู่นี้องค์หญิงทำให้บ่าวกลัวมากจริงๆ…”เฉินเสียนกลับไปซุกตัวที่เตียงอีกครั้ง ใบหน้าขาวซีดของเธอดูเหนื่อยล้าเต็มที เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “อวี้เยี่ยน เพิ่งจะบอกเจ้าไปไม่ใช่หรือว่าอย่าร้องไห้”อวี้เยี่ยนรีบปาดนํ้าตาและกัดฟันพูดว่า “เพคะ บ่าวจะไม่ร้อง!”เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้านและยิ้มให้นาง ความเอาแต่ใจปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหว่างคิ้ว “ต้องแบบนี้สิ จะไปกลัวอะไรนักหนา เจ้าก็แค่ใส่ใจมากเกินไปจึงขลาดกลัวไปเสียทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรที่เราจะต้องใส่ใจหรอกนะ อย่างมากก็แค่ต้องเดินเท้าเปล่าออกไปจากจวนแม่ทัพ เขาจะทำอะไรข้าได้? แต่ฉินหรูเหลียงนี่สิ เขาทิ้งรองเท้าของหลิ่วเหมยอู่ไม่ได้หรอก เขารู้ว่าถ้าผลักข้าไปสู่ความสิ้นหวังดั่งคนที่ไม่มีรองเท้าสวม ข้าก็จะไม่ยอมให้เขาได้สวมรองเท้าเช่นกัน”อวี้เยี่ยนฟังที่เฉินเสียนพูดแล้วก็เข้าใจทันที นางพยักหน้าและตอบว่า “อื้อ!บ่าวเข้าใจแล้วเพคะ”นางหยิบกริชที่อยู่บนพื้นขึ้นมาและสอดกลับเข้าฝักอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงวางมันไว้ใต้หมอนเหมือนเดิมโดยมีเฉินเสียนคอยมองอยู่142
กล่าวได้ว่าเสียงตะโกนของแม่บ้านจ้าวเมื่อครู่นี้กลายเป็นการสกัดฉินหรูเหลียงให้ก้าวลงจากตำแหน่งไปโดยปริยายฉินหรูเหลียงไม่เคยคิดเลยว่าเฉินเสียนจะไล่ตามเขามาจนถึงจุดนี้คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่