ด้หมายความว่าข้าจะไปหานางแพศยาผู้โชคร้ายอย่างหลิ่วเหมยอู่ได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ หรอกหรือ”ฉินหรูเหลียงเม้มริมฝีปากและกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่หลังมือเฉินเสียนก้มลงมองกริชที่อยู่ในมือและเอ่ยอย่างไม่แยแสว่า “ฉินหรูเหลียงคิดว่ามีแค่ท่านคนเดียวหรือที่ขยะแขยง ความจริงข้าก็ขยะแขยงจนทนไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าท้องละก็ ใครมันจะไปอยากมีลูกให้ท่าน”เธอมองฉินหรูเหลียงอย่างไร้ความรู้สึก “อยากจะฆ่าเด็กคนนี้นักใช่ไหม เอาสิจัดการเลย! แล้วจำไว้ว่าไม่ใช่ข้าที่หาเรื่องท่าน แต่เป็นท่านที่มาหาเรื่องข้าก่อน!”ฉินหรูเหลียงกับเฉินเสียนคุมเชิงกันอยู่นานอวี้เยี่ยนยังคงยืนอยู่เคียงข้างเฉินเสียนโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งนั้น แม่บ้านจ้าวเป็นกังวลจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เมื่อเห็นว่าจะเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกครั้งจึงถลันเข้าไปในห้องอย่างร้อนใจและพูดกับฉินหรูเหลียงว่า “แย่แล้วเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ! ดูเหมือนนายหญิงน้อยจะเป็นลมอยู่ที่สวนดอกพุดตาน!”ฉินหรูเหลียงเป็นฝ่ายถอนตัวจากการคุมเชิงที่ตึงเครียดนี้ก่อน เขากัดฟันพลางสะบัดแขนเสื้อด้วยความโมโหก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทว่ายังกล่าวทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามองว่า “เรื่องนี้ข้าจะกลับมาจัดการกับท่านทีหลัง!”141
เฉินเสียนเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “แล้วข้าจะจดเอาไว้ในบัญชีนะเจ้าคะ ท่านแม่ทัพใหญ่ของข้า”หลังจากเฝ้ามองจนแผ่นหลังของฉินหรูเหลียงหายลับไปด้วยแววตาที่เฉยชาเฉินเส