างของเซียงซั่นไว้อย่างกระตือรือร้น นางนำปลายเชือกด้านหนึ่งส่งให้นางจ้าวก่อนจะพูดว่า “แม่นมจ้าวแค่ดึงเชือกนี่ไปก็ลากนางไปหาพ่อบ้านได้แล้ว ท่านต้องคอยดูตอนโบยนางด้วยนะ อย่าปล่อยให้พวกเขาทำแบบชุ่ยๆ”แม่บ้านจ้าวส่งสายตาให้อวี้เยี่ยนประหนึ่งจะบอกว่า “เข้าใจแล้ว” ก่อนจะลากเซียงซั่นที่กรีดร้องเสียงแหลมออกไปอวี้เยี่ยนยังโบกมือให้นางจ้าวและบอกว่า “แม่บ้านจ้าววางใจได้ เรื่ององค์หญิงทางนี้ข้าดูแลเอง”หลิ่วเหมยอู่หน้าซีดเผือดทั้งยังรู้สึกไร้เรี่ยวแรง นางอยากจะตามไปแต่ก็ไม่อยากปล่อยทางนี้ไว้แบบนี้ ไม่ว่าจะทางไหนก็น่าห่วงเฉินเสียนถามอย่างสบายๆ ว่า “เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ”หลิ่วเหมยอู่รู้สึกเหมือนคนไร้ที่พึ่ง นํ้าเสียงของนางจึงฟังดูเคว้งคว้าง “หม่อมฉันได้ยินมาว่าท่านบอกให้ท่านแม่ทัพนำของบำรุงไปคืน”“ใช่ ทำไมรึ”108
สายตาของหลิ่วเหมยอู่ผมองมาอย่างกล่าวโทษ ทว่าก็เอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า “ท่านก็รู้ว่าท่านแม่ทัพสงสารหม่อมฉันจึงมอบของเหล่านั้นให้ข้าบำรุงร่างกายแต่ท่านกลับบอกให้หากลับมาใช้คืน ท่านรู้ไหมว่าท่านแม่ทัพต้องเสียทรัพย์สินและแรงกายไปมากแค่ไหน”เฉินเสียนยกยิ้มมุมปาก “ข้าไม่รู้หรอก”หลิ่วเหมยอู่ท่าทางโกรธจัด นางกล่าวว่า “ถึงอย่างไรองค์หญิงก็เป็นภรรยาของท่านแม่ทัพเช่นกัน ทำไมถึงยังไปช่วยคนอื่นเพคะ หรือว่าท่านเห็นเลือดข้นกว่านํ้า จึงสมคบคิดกันปอกลอกจวนแม่ทัพ”เฉินเสียนพูดปนหัวเราะว่า “เหมยอู่คนดี ต