ด้านนอกเสื้อคลุมแขนยาวมีผ้าตาข่ายสีฟ้าซ้อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง ชายผ้าที่ห้อยลงมาพลิ้วไหวน้อยๆ เส้นผมนุ่มสลวยแผ่กระจายอยู่บนเก้าอี้ ดูสลัวราวกับอยู่ในม่านหมอกเป็นสตรีที่งดงามราวกับภาพวาด นอกจากรอยแผลเป็นบนใบหน้า ผิวพรรณส่วนอื่นช่างเปล่งปลั่งสดใสนี่คือผู้หญิงที่ฉินหรูเหลียงเกลียดที่สุด เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจมองเฉินเสียนอย่างเอาใจใส่เช่นนี้เมื่อเห็นภาพที่สงบเงียบตรงหน้า เขาก็หยุดมองไม่ได้ตั้งแต่กลับมาเขาก็อยู่ข้างกายหลิ่วเหมยอู่ตลอดไม่ได้หยุดพักเลยเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลิ่วเหมยอู่ ฉินหรูเหลียงก็ตรงมาหาเฉินเสียนเพื่อถามความจริงพร้อมพกพาความโกรธที่เอ่อล้นมาด้วยด้วยเหตุนี้ฉินหรูเหลียงจึงมายืนข้างๆ เฉินเสียนและมองดูเธออย่างเหยียดหยาม ยังไม่ทันจะพูดอะไรเฉินเสียนก็ขมวดคิ้วเพราะรู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ข้างๆเธอเกียจคร้านมากจนไม่อยากขยับเขยื้อนเธอคิดว่าอวี้เยี่ยนกลับมาแล้วและไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นดู เธอเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่แหบพร่าอย่างคนงัวเงียทว่าเป็นนํ้าเสียงที่นุ่มนวลและไพเราะจับใจ “คุ้นเคยกับแม่นมจ้าวแล้วเหรอ”99
โดยไม่รอคำตอบของอวี้เยี่ยน เฉินเสียนก็พูดต่อว่า “ชีวิตประจำวันของข้าไม่มีอะไรพิเศษ แค่กินอาหารครบสามมื้อและกินยาบำรุงทารกในครรภ์ ถ้าคนอื่นไม่มายุ่งกับเรา เจ้าก็ไม่ต้อง…”ยังพูดไม่ทันจบเฉินเสียนก็หยุดไป ความที่มีสติรู้ตัวอยู่เสมอทำให้เธอสังเกตได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ และเมื่อลืมตาขึ้นเ