ะกายวิบวับดุจเห็นสมบัติล้ำค่า มุมปากมีน้ำลายไหลย้อยออกมาโดยไม่รู้ตัว
ราวกับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันหิวกระหาย ร่างวิญญาณของผู้อาวุโสเก้าหันขวับมามอง พอเห็นจางอวิ๋นกำลังจ้องเขม็งพร้อมน้ำลายสอ ก็ถึงกับชะงักกึกด้วยความงุนงง
จางอวิ๋นทำท่าจะพุ่งเข้าไปจับกิน แต่หางตาเหลือบไปเห็นเจ้าสำนักหนานซานกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นเตรียมจะหนีต่อ จึงรีบตะโกนบอกร่างวิญญาณว่า
“พี่ชายวิญญาณ ท่านเชิญยึดร่างตามสบายเลยนะ เดี๋ยวข้ากลับมากิน!”
พูดจบก็พุ่งทะยานไล่กวดเจ้าสำนักหนานซานไปทันที
ทิ้งให้ร่างวิญญาณยืนงงเป็นไก่ตาแตก และผู้อาวุโสเก้าที่ยืนตะลึงลานทำอะไรไม่ถูก
อะไรวะน่ะ?
ยึดร่าง?
กิน?
ผู้อาวุโสเก้ากับร่างวิญญาณหันมาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างมึนตึ๊บไปชั่วขณะ
จางอวิ๋นไม่สนหรอกว่าใครจะงงงวยเพียงใด ตอนนี้เขาไล่จี้ติดเจ้าสำนักหนานซานมาราวกับเงาตามตัว ตวาดกระบี่ส่งคลื่นปราณผ่าอากาศออกไปขวางทางทันที
เจ้าสำนักหนานซานหน้าเปลี่ยนสี รีบกระโดดหลบจ้าละหวั่น
แต่ในจังหวะที่กระโดดหลบนั่นเอง จางอวิ๋นก็พุ่งมาประชิดตัวราวกับสายฟ้าฟาด
วูบ!
เงาร่างสายหนึ่งเงื้อกระบี่ฟันใส่ทันที
เคร้ง!
เจ้าสำนักหนานซานรีบยกกระบี่ขึ้นต้านรับ พร้อมคำรามลั่