จางซื่อคุกเข่าลงกับพื้น ไม่ยอมรับและไม่บอกว่าเป็นใครกัน ได้แต่ร้องไห้อย่างขมขื่นเฉินเสียนเงยหน้าขึ้นมองฉินหรูเหลียงที่ไม่ออกความคิดใดๆ แล้วกล่าวว่า:“ท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่า อย่างน้อยข้าก็เป็นถึงองค์หญิง ให้ข้ากินอาหารเน่าเสีย ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม อยากเพิ่มถ่านไฟในเรือนก็ต้องดูสีหน้าของสาวใช้เช่นนี้ ถ้าหากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะดีจริงหรือ?”นางหัวเราะและกล่าวต่อว่า: “หากท่านแม่ทัพไม่คิดอะไร ข้าก็ไม่ติดอะไร”หลิ่วเหมยอู่รีบร้อนและกล่าวว่า: “องค์หญิงอย่าเข้าใจผิดไป ท่านแม่ทัพมิได้ต้องการเช่นนั้นเพคะ เพียงแค่งานราชการในวันธรรมดาของท่านแม่ทัพก็วุ่นเป็นพอแล้ว มิได้มีเวลาดูแลเรื่องพวกนี้หรอกเพคะ”“แล้วใครเป็นคนดูแลเรื่องนี้กัน?” เฉินเสียนมองไปที่นางอย่างไม่แยแส“เจ้า?”หลิ่วเหมยอู่ชะงัก ฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า: “ถึงแม้เรื่องในจวนหม่อมฉันจะเป็นคนดูแล แต่บางครั้งงานก็เยอะท่วมหัว หม่อมฉันก็ดูแลไม่หมดเช่นกันเพคะ หม่อมฉันมิรู้ว่าแม่นมจางจะเป็นเช่นนี้ ขออภัยโทษองค์หญิงด้วยเพคะ องค์หญิงโปรดใจเย็นเจ้าค่ะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะลงโทษนางเองเพค่ะ”“เจ้าจะลงโทษอย่างไรกัน?”73
หลิ่วเหมยอู่อ้าปากค้าง คิดวิธีที่เหมาะสมไม่ออก พลางกล่าวต่อว่า: “ถ้าอย่างนั้นก็ลงโทษโดยการหักค่าจ้างเป็นเวลาครึ่งปีของแม่นมจาง และให้ไปทำงานหนักที่ครัวเพคะ”นี่เป็นการลงโทษนางหรือปกป้องนางกันแน่เฉินเสียนกล่าว: “แล้วอาหารเน่าเสียที่ข้ากินลงไปเมื่อก่อน ก็เ