ายามจะดึงนิ้วออกจากตะเกียบ ทว่าดูเหมือนนิ้วจะติดเหนียวแน่นอยู่บนนั้นและปล่อยให้ตะเกียบคู่นั้นบดขยี้จนพอใจเฉินเสียนถามอย่างปราศจากอารมณ์ว่า “ตกลงเจ้าหรือข้ากันแน่ที่เป็นนายหือ?”ใบหน้าของเฉินเสียนฉาบไปด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเธอก็ออกแรงกดจนตะเกียบหักเป็นสองท่อน เสี้ยนไม้แหลมคมเจาะเข้าสู่ผิวหนังบริเวณนิ้วมือของสาวใช้ทันที “เจ้ายังมีหน้ามาบอกข้าว่าตัวเองเป็นคนต้มยาทำแท้งนั่นอีกเหรอหรือเจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตต่อไปแล้ว?”จางซื่อไม่สามารถระงับความเจ็บปวดไว้ได้และพูดออกไปโดยไม่คิดว่า“ปล่อยข้านะ นังโง่อัปลักษณ์!”เฉินเสียนปล่อยตะเกียบทิ้งก่อนจะลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าของตนเอง เธอก้มลงมองจางซื่อและยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ในเมื่อเจ้าคิดว่าการที่เอาอาหารที่สุนัขไม่รับประทานแบบนี้มาให้ข้าคือการให้เกียรติ งั้นตอนนี้ข้าก็ขอให้เกียรติเจ้าบ้างละกัน ให้เจ้าดื่มดํ่าทั้งหมดนี่เลย ทางที่ดีเจ้าควรกินให้เกลี้ยงอย่าให้มีเหลือไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมานกว่านี้”67
จางซื่อเสียขวัญจนคิดอะไรไม่ออก นางมองเธอซํ้าแล้วซํ้าเล่าอย่างตกตะลึงเฉินเสียนชำเลืองมองมืออีกข้างของนาง ก่อนจะเอ่ยด้วยนํ้าเสียงชั่วร้าย “มืออีกข้างของเจ้ายังดีอยู่ไม่ใช่หรือ หรือเจ้าอยากให้ข้าป้อน? เอ… หรือข้าควรจะหักมืออีกข้างของเจ้าด้วยเลยดีนะ”ต่อให้จางซื่อปัญญาอ่อนนางก็ยังเข้าใจความหมายของเฉินเสียนได้ไม่ยากไม่ว่าจะอย่างไรวันนี้นางก็ต้องกินอาหารที่อย