ส่วนหนึ่งไหลล้นออกมาจากมุมปากจนเมื่อฉินหรูเหลียงที่กำลังเดือดดาลถลันเข้ามา ถ้วยที่เคยเต็มไปด้วยยาก็ว่างเปล่าเสียแล้วเฉินเสียนบีบคางของหลิ่วเหมยอู่ไว้ไม่ยอมปล่อย หนำซํ้ายังออกแรงมากขึ้นก่อนจะฉวยโอกาสหมุนถ้วยยาเปล่าแล้วขว้างลงไปบนพื้นตรงหน้าฉินหรูเหลียงอย่างแรงณ เวลานั้นแววตาของเธอทั้งเยือกเย็นและโหดร้าย แตกต่างจากเดิมเหมือนเป็นคนละคนทันใดนั้นฉินหรูเหลียงก็ชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะเพราะตกใจก่อนจะแอบถอนหายใจเงียบๆใบหน้าของเฉินเสียนถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเย็นชา หลิ่วเหมยอู่ที่อยู่ในเงื้อมมือของเธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเฉินเสียนหันไปท้าทายฉินหรูเหลียง “ถ้ายังมีสมองอยู่ละก็จงถอยออกไปสองก้าว หากยังกล้าก้าวเข้ามาอีกก็ลองดู”“ปล่อยนางซะ” ฉินหรูเหลียงกำลังโกรธจัด สายตามองไปที่เฉินเสียนอย่างคุกคามขณะออกคำสั่ง50
หลิ่วเหมยอู่ร้องไห้ทุรนทุราย เส้นผมบริเวณขมับรุ่ยลงมา ดูจนตรอกและน่าเวทนามากคางของนางแทบจะหลุดออกมา ทั้งยังเห็นรอยนิ้วมือตรงจุดที่เฉินเสียนจับไว้ได้อย่างชัดเจน“ท่านแม่ทัพ… เหมยอู่เจ็บเหลือกิน…”ทว่าเฉินเสียนกลับยิ้มอย่างเย็นชาแล้วใช้มือข้างหนึ่งลูบรอยแผลบนใบหน้าของตนเองอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยอย่างสงบจิตสงบใจว่า “เมื่อเทียบกับรอยบนใบหน้าของข้า รอยเพียงเล็กน้อยของเจ้าจะเรียกว่าอะไรกันหรือ”เฉินเสียนเหลือบมองรอยข่วนที่หลังมืออย่างไม่แยแสก่อนจะเลิกคิ้วแล้วกล่าวว่า “เป็นแมวป่าตัวน้อย