ีแล้วหรือ”แม้จะโกรธแค้นแค่ไหนแต่หลิ่วเหมยอู่ก็แสดงออกไม่ได้ นางทำได้เพียงแสดงความอ่อนแอและเศร้าสร้อยออกมา กัดริมฝีปากไว้ไม่ยอมตอบทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของเฉินเสียนเสียหน่อย! การเสแสร้งว่าเป็นห่วงนางตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร!เฉินเสียนครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนจะกล่าวขึ้นมาอีกว่า “ถึงอย่างไรวันนั้นก็เป็นวันแต่งงานของพวกเจ้า ข้ามาคิดได้ภายหลังว่าข้าทำเกินไปจริงๆ หลังจากที่เจ้าแต่งเข้ามาก็ถือได้ว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าพวกเจ้ารักกันอย่างลึกซึ้ง เจ้าเองก็ต้องให้กำเนิดบุตรชายได้แน่นอน”สิ่งที่เธอพูดฟังดูแล้วเหมือนเป็นการถ่วงเวลาเท่านั้นแล้วฉินหรูเหลียงก็เอ่ยขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหว “ดื่มยาก่อนแล้วจะพูดก็ค่อยพูด ยาเย็นหมดแล้ว”ถ้าเธอดื่มยาเสียแล้วจะมีใครฟังคำพูดของเธออีก46
เฉินเสียนดึงสติกลับมา ขณะที่กำลังจะดื่มยาอยู่ๆ เธอก็ชะงัก “ข้าอยากเติมนํ้าตาลเสียหน่อย เหมยอู่คนดี เจ้าช่วยไปหยิบนํ้าตาลให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่”ขณะที่ฉินหรูเหลียงกำลังจะตอบโต้ หลิ่วเหมยอู่ก็เอ่ยอย่างเข้าอกเข้าใจว่า“ท่านแม่ทัพ แค่เติมนํ้าตาลเล็กน้อยไม่ได้ลำบากอะไรนัก เหมยอู่จะไปนำมาให้เอง”เมื่อเฉินเสียนระบุว่าต้องการให้นางไป นางจึงหันหลังกลับและเดินออกไปอย่างแช่มช้าเมื่อออกมาอยู่ข้างนอกหลิ่วเหมยอู่ก็เผยธาตุแท้ออกมา ใบหน้าของนางฉายให้เห็นความเกลียดชังอันแรงกล้านางจะเกลี้ยกล่อมให้ฉินหรูเหลียงปล่อยไอ้เวรนั่นไว้ได้อย่างไร