วเหมยอู่ก็หยุดสั่น เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้า นางขบฟันจนริมฝีปากสีแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว หลุบตาและกัดฟันพูด “โปรดดื่มชาเพคะองค์หญิง”เฉินเสียนเหลือบมองนางนิดหนึ่ง นางรับชาขึ้นมาจิบเล็กน้อยด้วยไม่คิดจะพ่นชาทั้งหมดใส่หน้าของหลิ่วเหมยอู่ในวินาทีถัดมา ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าไม่ดื่มชาจับเลี้ยง”หลังจากที่หลิ่วเหมยอู่ต้องอับอายต่อหน้าสาธารณชนจนเกียรติของเจ้าสาวเหมือนถูกเหยียบยํ่า ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวและเริ่มสะอึกสะอื้น“เฉินเสียน ท่านพอได้แล้ว!” ฉินหรูเหลียงรู้สึกเดือดดาลด้วยดวงตาที่เฉียบคมและการตอบสนองที่ว่องไวของเฉินเสียน ขณะที่ฉินหรูเหลียงยื่นมือมาดึงหลิ่วเหมยอู่ นางก็ควํ่าถ้วยชาแล้วปาใส่หลิ่วเหมยอู่ด้วยดวงตาที่ไม่กะพริบทว่าเฉินเสียนเสียดายนิดหน่อยที่ฉินหรูเหลียงเคลื่อนไหวรวดเร็วมากและเอาตัวเข้ามาขวางไว้ทันเวลา ทำให้ถ้วยชาจับเลี้ยงปะทะเข้ากับแผ่นหลังที่แข็งแกร่งของฉินหรูเหลียงอย่างเสียมิได้ นํ้าชาบางส่วนกระเซ็นใส่ชุดของหลิ่วเหมยอู่จนทำให้นางสั่นสะท้านด้วยความตกใจเฉินเสียนหันไปพูดกับเขาว่า “ฉินหรูเหลียง ตอนนั้นข้าตาบอดเองที่คิดอยากแต่งงานกับท่าน! ทำไมล่ะ นางเจ็บปวดแค่เพียงเล็กน้อยท่านก็เจ็บปวดใจแล้วหรือแล้วที่พวกนางใช้ปิ่นปักผมกรีดลงบนหน้าของข้าล่ะ ข้าควรจะทำอย่างไร! ท่านบอกมาสิ ข้าควรเอาคืนให้สาสมเลยดีไหม!”32
ฉินหรูเหลียงหันหน้ามา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ท่านลองกล้าทำอะ