มเดือนก่อนและพระราชทานยศเป็นองค์หญิง คงไม่มากเกินไปที่นายหญิงน้อยผู้นี้จะต้องคุกเข่าและยกนํ้าชาให้ผู้เป็นภรรยาเอก”ทันทีที่เขาเอ่ยออกมาทุกคนต่างก็คิดว่านี่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ถ้าหลิ่วเหมยอู่ทำไม่ได้ อาจจะไม่เป็นที่โปรดปรานและดูไม่ดีนักในสายตาของท่านแม่ทัพหลิ่วเหมยอู่มองไปที่ฉินหรูเหลียงอย่างเอาอกเอาใจและเอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า“ไม่เป็นไรค่ะท่านแม่ทัพ นี่คือสิ่งที่เหมยอู่ควรทำ” โชคดีที่ก่อนหน้านี้นางไม่ลังเลมันอาจไม่คุ้มที่นางจะคุกเข่าลง ฟังจากคำพูดของเหลียนชิงโจว นางจะต้องเสียใจมากถ้าไม่คุกเข่าทว่ายังไม่ทันที่หลิ่เหมยอู่จะยื่นมือยกชาไปให้ เฉินเสียนก็เอื้อมมือมาคว้าถ้วยชาไปเสียก่อน หลิ่วเหมยอู่ผงะไป ทันใดนั้นเฉินเสียนก็โยนถ้วยนํ้าชาทิ้งต่อหน้านาง ถ้วยนํ้าชาแตกกระจายและกระเด็นไปทั่วพื้น เสียงใสของมันดังกังวานชัดเจนเฉินเสียนชี้ไปที่ถ้วยเครื่องเคลือบบนพื้นอย่างใจเย็นและเอ่ยว่า “คุกเข่าเดี๋ยวนี้ และไปนำถ้วยชามาทำความเคารพข้าใหม่” แขกเหรื่อที่อยู่ภายในงานต่างตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึงว่าอยู่ๆจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่องค์หญิงผู้โง่เขลากลายมาเป็นคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทั้งยังหาเรื่องจับผิดได้ด้วยเหตุผลที่ชอบธรรมยุติธรรมและมีเกียรติฉินหรูเหลียงโกรธจนยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่ “เฉินเสียน ท่านอย่าเหิมเกริมให้มันมากนักนะ!”28
เฉินเสียนหันไปมองเขาด้วยสายตาที่มั่นคงและสงบนิ่ง “แม