เมื่อเฉินเสียนถูกจับโยนออกจากจวนแม่ทัพ ประตูสีแดงชาดก็ค่อยๆ ปิดลงต่อหน้านางอย่างไร้ความปรานี คราบเลือดบนใบทำให้นางมองไม่เห็น นางพยายามยื่นมือไขว่คว้าให้ประตูเปิดออก แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงทิ้งคราบเลือดไว้บนประตูเท่านั้นหิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เฉินเสียนไม่มีที่ไป นางใช้ความทรงจำที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดหาทางกลับไปพระราชวังแต่ยังไม่ทันที่จะถึงประตูวังก็ถูกขับไล่ไสส่ง ใครบ้างจะจำได้ว่านี่คือนางแม้ว่าจักรพรรดิจะรู้ว่านางถูกขับไล่ออกจากจวนแม่ทัพ เขาก็คงเลือกปล่อยให้นางแข็งตายดีกว่าที่จะรับนางกลับเข้าวังถ้านางตาย ทุกคนคงสบายใจเฉินเสียนเดินโซซัดโซเซไปตามลำพังบนถนนสีขาวที่ว่างเปล่า แต่ละย่างก้าวช่างเป็นไปอย่างลำบากยากเย็นสายลมพัดโชยมาปะทะใบหน้า นางไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่กลับรู้สึกเย็นสบายหยาดนํ้าตาและหยดเลือดไหลมาผสานรวมกัน นางพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะล้มลงว่า “อาเสียนไม่ได้โง่…”สายตาของนางค่อยๆ พร่าเลือน เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นในหู จากนั้นนางก็หมดสติไป14
เหมือนมีเสียงกีบม้าดังแว่วเข้ามาใกล้ เฉินเสียนพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง เธอเห็นเงาเลือนรางของใครคนหนึ่ง เขาหรือเธอคนนั้นกำลังพลิกตัวลงจากม้าและรีบวิ่งเข้ามา…เจ็บเหลือเกินเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวเมื่อลืมตาขึ้นเฉินเสียนก็มีแต่ความงุนงงว่างเปล่า เธอนิ่งตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นฉากในห้องจึงค่อยๆ ปรากฏแก่สายตากลิ่นยาเข้มๆ โชยมาในอากาศ เถ้าถ่านส