ไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก เพียงยิ้มให้เขาแล้วพูดขึ้นว่า “ไปกันเถอะ การเดินทางของทั่วป๋าอวิ๋นจีครั้งนี้อันตรายยิ่งนัก ไปเป็นเพื่อนข้าไปส่งนางเป็นครั้งสุดท้ายเถิด อย่างน้อยเราก็ต้องดูแลแขกบ้านแขกเมืองของเราให้ดี!”
เหยียนหลิงจวินกับนางมองหน้ากันแล้วหัวเราะ ทั้งสองคนบังคับม้ากำลังจะออกเดินทาง ด้านหลังก็มีม้าเร็วขี่ข้ามวิวพระอาทิตย์ตกสีแดงชาดผ่านมา
ฝีเท้าของม้าว่องไวจนหิมะบนพื้นลอยฟุ้ง
“ข่าวด่วนพิเศษ สาสน์ท้ารบจากเมืองฉู่!” เสียงของคนบนม้าพูดขึ้นดังสนั่น
ภายใต้แสงจากโคมวังหลวง ยิ่งทำให้ป้ายคำสั่งสีทองในมือของสายลับบนหลังม้าผู้นั้นส่องประกาย
“รีบเปิดประตูวังเร็วเข้า!” ทหารอารักขาประตูรีบเปิดทางให้
เสียงฝีเท้าม้าค่อยๆ ห่างออกไป
หิมะค่อยๆ ลอยล่องอยู่กลางนภาอีกครั้ง
ฉู่สวินหยางขมวดคิ้วเป็นปม หันไปมองประตูวังที่ยังไม่ทันได้ปิดลง พูดพึมพำขึ้นว่า “ข่าวด่วนพิเศษอีกแล้วงั้นรึ? เจ้าว่า…ครั้งนี้มันจะเป็นเรื่องอะไร?”
“ไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวกลับมาพวกเราก็รู้แล้ว!” เหยียนหลิงจวินกล่าว หันไปมองทิศทางเดียวกับนาง ทว่าเขาหาได้สนใจไม่ มุมปากายกยิ้มขึ้นอย่างร่าเริง
ฉู่สวินหยางยิ้มแล้วไม่คิดอะไรมาก นางเบนสายตากลับคืน จากนั้นกระตุกบังเหียนม้าขึ้น แล้วตะโกนเสียงใส “ไป!”
—————————————————–
เมื่อทั้งสองคนจากไปได้ไม่ถึงเวลาครึ่งถ้วยชา[3]ดี ประตูวังที่อยู่เบื้องหลังก็เปิดออกอีกครั้ง กองทหารองค์รักษ์สามพันนายกรูออกมาทั