วเจ้าล่ะ?”
“ข้าหรือ?” ฉู่สวินหยางเม้มปาก รอยยิ้มมุมปากค่อยๆ หุบลงจนเหลือเพียงความรู้สึกที่สะท้อนอยู่ในแววตา นางเบนสายตาไปมองวังหรูหราที่ถูกปกคลุมอยู่ใต้หมอกด้านหลัง “ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจ ก็ไม่มีทางให้ถอยหนีอีกแล้ว ในวันนี้สิ่งที่ข้าแย่งชิงมา หาใช่อำนาจบ้านเมืองไม่ แต่เป็นบ้านและแคว้นของท่านพ่อกับท่านพี่ข้าต่างหาก!”
พ่อของนางเป็นองค์รัชทายาทแห่งวังบูรพา หากไม่ได้ขึ้นครองราชย์ ก็เหลือเพียงความตายเท่านั้น!
มีคนเคยบอกว่าแผนการทั้งหลายในการแก่งแย่งชิงอำนาจนั้น เราต้องเลือกอย่างเสียอย่าง แต่หากใช้ความเป็นความตายเป็นเกณฑ์ชี้วัดแล้ว…
ทุกสิ่งทุกอย่างก็อธิบายได้ทั้งหมด!
หากตัวนางไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ นางก็คงไม่สนใจหรอกว่าโลกนี้มันจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง
แต่ในเมื่อวันนี้นางตกอยู่ในสถานการณ์นี้แล้ว ก็เท่ากับว่าไม่มีโอกาสทางเลือกให้นางได้ถอยหนีอีกต่อไป!
เหยียนหลิงจวินมองนาง
ใบหน้าของหญิงสาวยังคงสละสลวย ความเย็นชาและหยิ่งผยองไม่ยอมใครแผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก
ดวงตาของเขาสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง เขากุมมือของนางไว้ “ข้าก็เหมือนเจ้า ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ไม่ว่าเจ้าจะต้องการบ้านเมืองหรือแคว้น ข้าจะคอยอยู่เคียงเจ้าไปพิชิตผืนดินพสุธามาให้ได้!”
ถึงแม้คำพูดนั้นจะเย่อหยิ่งเพียงใด แต่หากตั้งใจฟังดีๆ แล้วมันก็เป็นเพียงประโยคล้อเล่นเอาใจนางเท่านั้นแหละ
ฉู่สวินหยางเงยหน้าขึ้น นาง