ซูหลินหันกลับไปมอง ยื่นมือผลักนางกลับเข้าไป พลิกตัวขึ้นคร่อมกดร่างนางเอาไว้ แล้วเอ่ยถามเสียงแหบกร้าวว่า “เจ้าบอกสิว่าวันนั้น เจ้าทำไปไม่ใช่แค่เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ?”
หลัวอวี่ก่วนประชดใส่เขา นางเบือนหน้าหนี กัดฟันไม่เอ่ยคำใด
ซูหลินมองไปยังใบหน้าสละสลวยที่แฝงไปด้วยความโกรธของนาง แล้วค่อยๆ ก้มลงดมกลิ่นหอมที่เหมือนจะมีแต่ก็ไม่มีที่ขมับ กดตัวนางเอาไว้ไม่ปล่อย กลืนน้ำลายลงสองอึกแล้วกระทำกับนางอย่างรุนแรง ลบล้างความผิดที่หลงเหลือบนตัวนางออกไปจนหมด
หลัวอวี่ก่วนพยายามขัดขืนอยู่สองครั้งแต่กลับไม่เป็นผล ภายหลังโดนเขายั่วยวนเข้าหน่อยก็เคลิ้มจนหายใจระรัว ทั้งสองคนกอดรัดกันเป็นหนึ่งเดียวกัน
พลิกตัวไปมาอยู่สักพักใหญ่ ซูหลินพลิกตัวนอนหงาย แล้วหอบหายใจแรงอย่างมีความสุข
แต่ทว่าหลัวอวี่ก่วนยังคงโมโหอยู่ นางดึงผ้าห่มห่อร่างกายของตนเอาไว้ แล้วคลานไปหยิบเสื้อผ้าที่ข้างเตียง
ซูหลินมองอย่างเอื่อยเฉื่อย สายตาหันไปเห็นแผ่นหลังขาวผ่องและทรวดทรงองค์เอวของนางเข้า ลำคอของเขาแน่นตึงขึ้น พลันเอื้อมแขนไปโอบนางมาให้นั่งอยู่บนตัวของเขา
หลัวอวี่ก่วนยื่นมือดันหน้าอกของเขาอย่างกระอักกระอ่วน พูดขึ้นด้วยใบหน้าเขินอาย “ข้าต้องไปแล้ว ถ้าอยู่นานกว่านี้ท่านแม่จะสงสัยเอาได้!”
นางก้มตามองต่ำ ไม่กล้าเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
ไม่รู้เพราะว่าอะไร ทุกครั้งที่ซูหลินเห็นนางเป็นแบบนี้ เขามักจะรู้สึกสบายใจเสมอ เขาเคลื่อนมือไปบนร่างกายของนาง