”
ฉู่สวินหยางกะพริบตา จู่ๆ ก็นึกอะไรออก จึงเปลี่ยนประเด็นพลางชายตามองเขา พูดเยาะเย้ยขึ้นว่า “ข้าจำได้ว่ามีคนเคยบอกข้าไว้ ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงเจ้าบงการบ้าอำนาจ แต่ชีวิตนี้ของข้า ข้าตัดสินใจแล้วที่จะไม่ปล่อยให้มันหลุดจากมือ”
คำพูดนี้ เป็นคำพูดที่ฉู่ฉีเหยียนเมื่อชาติก่อนพูดกับนาง
ตอนนั้นเขาพูดเล่นทีจริงกับนาง นางก็แค่ยิ้มหัวเราะให้กับคำพูดนั้น
พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว…
ในคำพูดนั้นแฝงไปด้วยคำเตือนอยู่
เหยียนหลิงจวินเบื่อหน่ายกับแผนการของซูหว่านและฉู่หลิงอวิ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เขากลับให้อภัยนางได้ทุกอย่าง การกระทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแบบนี้ บางครั้งก็ทำให้ฉู่สวินหยางอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้…
เหมือนอย่างสำนวนที่กล่าวว่าพวกขุนนางทำตามอำเภอใจได้ทุกอย่าง แต่ชาวบ้านกลับถูกจำกัดสารพัด แม้จะเป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุผลก็ตามงั้นรึ?
เพราะเหตุนี้ไงนางถึงได้ทำอย่างเต็มที่แบบนี้!
เหยียนหลิงจวินเงยหน้ามองนาง ทว่ากลับไม่พูดส่งเสริมยุยงคำใดกับคำพูดเยาะเย้ยนั้นอย่างที่คิดไว้แม้แต่น้อย
เขาสบตามองนาง แล้วพูดอย่างตั้งใจว่า “หากตอนนี้ข้าขอให้เจ้าหยุด แล้วถอนตัวออกจากแผนการทั้งหมดนี่ เจ้าจะรับปากข้าไหม?”
ฉู่สวินหยางตกใจ นางหัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน ส่ายหน้าตอบว่า “ไม่มีทางอยู่แล้ว!”
“ทำไมเล่า?” เหยียนหลิงจวินถาม ใบหน้าของเขาจริงจัง “แผนการแย่งชิงพวกนั้น เป็นสิ่งที่เจ้าต้องการงั้นรึ? ข้าไม่ชอบเรื่องพวกนี้ แล้