“ยินดีที่ได้พบขอรับ พระชายาอ๋องหนานเหอ!” จางอวิ๋นอี้เดินเข้าไปหาแล้วทำความเคารพ
“อืม!” คนแซ่เจิ้งตอบด้วยท่าทางเย็นชา
ใบหน้าของจางอวิ๋นอี้เผยให้เห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาหันไปหาฉู่หลิงอวิ้นที่อยู่ด้านข้าง กล่าวทักทายขึ้น “ท่านหญิง!”
ฉู่หลิงอวิ้นปรายตามอง ลุกขึ้นยืนจัดแจงกระโปรงให้เรียบร้อย แล้วพูดว่า “ท่านแม่เจ้าคะ เวลานี้เย็นมากแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ ไว้วันหลังข้าจะมาเยี่ยมท่านแม่ใหม่”
“เพิ่งได้คุยกันไม่กี่ประโยคเอง!” ต่อหน้าคนแห่งบ้านสกุลจาง คนแซ่เจิ้งหาได้ไว้หน้าจางอวิ๋นอี้เลยไม่ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยสีหน้าอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา
จางอวิ๋นอี้มองเห็นแต่เขาไม่ระเบิดอารมณ์ออกมา เขาพยายามกลั้นความรู้สึกนั้นไว้ แล้วยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร
ฉู่หลิงอวิ้นยิ้มไม่คิดรีรออยู่ต่อ สั่งให้จื่อเหวยลงไปเตรียมตัว
คนแซ่เจิ้งเห็นแก่หน้านางจึงไม่เอ่ยอะไรขึ้นต่อ ก็เลยให้แม่นมกู้คอยช่วยเตรียมของด้วยอีกแรง ส่วนตัวเองก็จูงมือฉู่หลิงอวิ้นแล้วกำชับเรื่องจิปาถะกับนางเล็กน้อย ตั้งแต่เริ่มจนจบจางอวิ๋นอี้เป็นเพียงของตกแต่ง ราวกับว่าตรงนั้นไม่มีเขาอยู่เลยด้วยซ้ำไป
จางอวิ๋นอี้เป็นลูกชายคนโตของสกุลจาง ทั้งยังถูกเลือกให้เป็นผู้สืบทอดแห่งจวนเป่ยติ้งโหวอีกด้วย และเพิ่งเข้าสู่วัยสามสิบได้ไม่นาน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนมีความสามารถมากนัก แต่หากเทียบกับน้องชายของเขาจางอวิ๋นเจี่ยนแล้ว ตัวเขาถือว่าดีกว่าเยอะมาก ถึ