หลัวอี้เป็นพวกคนชอบสร้างผลงานชอบแหกกฎโดยไม่สนสิ่งใด มาวันนี้ก็เพียงเพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไรแน่ ฮ่องเต้ถึงได้เห็นแก่หน้าหลัวฮองเฮาเลยยังไม่คิดตัดสินโทษเขา ทั้งยังรับปากยินยอมว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
ถึงแม้หลัวฮองเฮาจะมีเรื่องอยากพูดอยู่อีก แต่เห็นสีหน้าของฮ่องเต้เป็นแบบนี้ สุดท้ายจึงเก็บคำพูดนั้นเอาไว้ ลุกขึ้นทูลลา
เมื่อนางออกไปแล้ว สีหน้าของฮ่องเต้ก็ยิ่งคล้ำลงไปอีก จากนั้นหยิบจดหมายที่เพิ่งได้มาฟาดลงไปบนโต๊ะอีกครั้ง ด่าออกมาด้วยความโมโห “เดี๋ยวคนนั้นทีคนนี้ที ทำไมมีแต่เรื่องให้ข้าปวดหัว!”
เขาหยุดนิ่งลง ชายตามองหลี่รุ่ยเสียงแล้วถามว่า “ตรวจสอบแล้วรึว่าเจ้าเด็กบ้านสกุลซูคนนั้นก้าวพลาดจนจมน้ำตายจริง?”
“กระหม่อมให้คนไปสืบมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลี่รุ่ยเสียงตอบ “เมื่อวานท่านหญิงซูกับคุณหนูหลัวอวี่ก่วนนั่งรถออกไปยังหอยลนทีด้วยกันจริงพ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิงซูเป็นคนเหมาจ่ายสถานที่ไว้ ตกกลางคืนมีผู้คนไปมาอยู่ในละแวกนั้นมากโขตอนที่เกิดเรื่องขึ้น ก็มีผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาพบเห็นคนตกน้ำ องครักษ์ของจวนอ๋องฉางซุ่นก็ลงไปตามหาในแม่น้ำทั้งคืน เท่ากับว่าตอนนี้แทบไม่มีความหวังเหลือแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้หญิงอย่างซูหว่านนั้น ฮ่องเต้คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครที่ไหนวางแผนทำร้ายนาง
ในเมื่อมีพยานอย่างซูหลินและหลัวอวี่ก่วนแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบสาวเรื่องราวต่อ
“งั้นจงใช้ชื่อของข้า นำข่าวร้ายไปแจ้งให้