จวนอ๋องฉางซุ่นและทางทั่วป๋าไหวอันทราบเถิด” ฮ่องเต้กล่าว “ส่วนเรื่องพิธีจะทำอย่างไร ก็ให้สองฝั่งนั้นเขาปรึกษากันเอง อย่าเอาเรื่องนี้มาทำให้ข้าวุ่นวายอีก”
“พ่ะย่ะค่ะ!” หลี่รุ่ยเสียงรับราชโองการแล้วเดินออกไปอย่างรีบร้อน
—————————————————–
ณ จวนอ๋องหนานเหอ
หลังจากแต่งงานมาได้สามวัน ฉู่หลิงอวิ้นกลับจวนมาเยี่ยมครอบครัว
รถม้าของจวนติ้งเป่ยโหวค่อยๆ ทยอยเคลื่อนเข้ามาในตรอกที่จวนอ๋องหนานเหอตั้งอยู่ตั้งแต่เช้า
ฉู่หลิงอวิ้นเดินลงจากรถโดยมีสาวใช้คอยช่วยพยุงอยู่สองคน
ด้านหลังรถ จางอวิ๋นเจี่ยนก็โดนข้ารับใช้ลากตัวลงมาด้วย
เขายังคงไม่ได้สติ ดูแล้วยังมึนๆ งงๆ อยู่ ไม่ทักทายผู้คนไม่เอ่ยพูดคำใด บางครั้งยังโหวกเหวกโวยวายทำตัวเหมือนเด็กเจ็ดแปดขวบ
ฉู่หลิงอวิ้นเดินเข้าประตูไปโดยที่ไม่แยแสเขาเลยสักนิด
ฉู้อี้หมินไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงตอบรับคำเชื้อเชิญออกจากจวนไปตามเวลานัดตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อตั้งใจหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นี้
การที่งานแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ รวมถึงเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่สงบช่วงหลายวันมานี้ ทำให้พิธีการกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเรียบง่ายขึ้น ถึงขนาดไม่มีป้ายประกาศติดเลยด้วยซ้ำ
ฉู่หลิงอวิ้นเข้าไปยังเรือนหลักพูดคุยกับคนแซ่เจิ้งชายาเอกแห่งจวนอ๋องหนานเหอ จากนั้นคนแซ่เจิ้งก็จูงมือนางไป อดไม่ได้ที่จะเสียใจร้องไห้ออกมา พูดปลอบใจไม่หยุด
ฉู่หลิงอวิ้นนั่งฟังหน้านิ่งเฉย