ฉู่สวินหยางอดไม่ได้ที่จะแอบสูดลมหายใจ นางหันไปมองผ่านรูบนประตูออกไป แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเห็นซูหลินพาคนบุกพรวดเข้ามาชั้นล่างอย่างกะทันหัน
ขัดจังหวะการโต้เถียงกันระหว่างฉู่ฉีเหยียนกับซูหว่าน
ซูหลินบุกเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว ก็พุ่งเข้าไปตบหน้าซูหว่านเป็นอย่างแรก
เสียงฝ่ามือนั้นดังกังวานชัดเจนในเวลากลางคืน
ซูหว่านถูกเขาตบจนเซไปอีกด้าน
ซูหลินไม่สนใจนาง ท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับฉู่ฉีเหยียน แต่ฉู่ฉีเหยียนกลับสะบัดแขนเสื้อออกไปอย่างโกรธจัดโดยไม่รอฟังให้จบด้วยซ้ำ
ฉู่สวินหยางคิ้วขมวดแน่น แล้วหันกลับไปถามเหยียนหลิงจวินว่า “นี่เจ้าพาเขามาหรือ?”
พอซูหลินปรากฏตัวก็เกิดความวุ่นวายอย่างชัดเจน
แต่ถ้าเป็นแผนการของเหยียนหลิงจวิน เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีสาเหตุแน่
เหยียนหลิงจวินแค่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร เพียงแค่จูงมือนางไปที่หน้าต่าง แง้มหน้าต่างบานนั้นออกเล็กน้อยและให้นางมองดูด้านนอก
ฉู่สวินหยางก้มมองอย่างสงสัย
หน้าต่างของสองห้องที่ขนาบข้างซ้ายขวาหัวโค้งบันไดเปิดอยู่อย่างแปลกประหลาด ด้านล่างนั้นนอกจากระเบียงด้านหน้าหอยลนทีที่สูงมากแล้ว ถัดไปก็เป็นแม่น้ำจ้าวธารที่เกลียวคลื่นม้วนตัวโหมกระหน่ำซัดสาด ฉู่สวินหยางเอียงตัวมาทางขวาเล็กน้อยถึงจะมองเห็นประตูทางเข้าชั้นล่าง
แล้วก็เห็นฉู่ฉีเหยียนพาหลี่หลินเดินออกมาจากประตูทางเข้าอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างด