ูราวกับปกติดี ระหว่างที่เดินนั้นฉู่สวินหยางกลับเห็นอย่างชัดเจนว่านิ้วกลางมือขวาที่เขาพาดอยู่หลังตัวเขาขยับอย่างคล่องแคล่ว แล้วก็ตำหนิเงาคนท่ามกลางความมืดอย่างไว ซึ่งมีทั้งที่กระโดดลงมาจากหลังห้องข้างๆ ชั้นบน ปีนออกมาจากใต้บันไดที่ระเบียงหน้าประตู แฝงตัวเหมือนภูตผีวิญญาณ และหลังจากนั้นเพียงชั่วครู่ก็แยกย้ายหายไปคนละทิศคนละทาง เร้นกายกลืนหายไปในความมืดที่โรยตัวปกคลุม
“ที่แท้เขาก็มีแผนรับมือตั้งแต่แรก!” ถึงแม้จะเตรียมการมาก่อน แต่ฉู่สวินหยางก็ยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเสียดาย
ระหว่างที่พูดอยู่นั้นนางพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปมองเหยียนหลิงจวินที่อยู่ใกล้ตัวทันที…
ฉู่ฉีเหยียนแอบเตรียมคนเอาไว้พร้อมก่อนแล้ว แต่เขากลับใช้วิชาตัวเบาเดินเหินบนหลังคาอย่างคล่องแคล่วบุกเข้ามาทางหน้าต่างได้อย่างโจ่งแจ้ง? เกรงว่ายังไงก็คงหนีไม่พ้นสายตาของอีกฝ่ายรึเปล่า?
ด้านล่างเหมือนกับจะตอบกลับความคิดของนาง ทันใดนั้นหลี่หลินที่คอยติดตามอยู่ด้านหลังฉู่ฉีเหยียนก็เดินเข้าไปบอกบางอย่างเสียงต่ำข้างหูฉู่ฉีเหยียน
ฉู่ฉีเหยียนหยุดเดินในทันที
กะทันหันจนฉู่สวินหยางตั้งตัวไม่ทัน ทันใดนั้นก็เห็นเขาหันกลับมามองตำแหน่งที่นางอยู่
ในสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นและอันตรายนั้น แน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายต่างมองไม่เห็นกัน อาจเป็นปฏิกิริยาที่สัญชาตญาณสัมผัสได้ถึงอันตราย ฉู่สวินหยางจึงก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ถอยไปไม่ทันระวัง