เหยียนหลิงจวินที่เดิมควรจะยืนอยู่ข้างนางกลับไม่รู้ว่าย้ายมายืนอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ ทันทีที่นางถอยหลังไปก็ชนเข้ากับหน้าอกเขาพอดี และเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจึงถูกแรงกระแทกสะท้อนกลับมา
ฉู่สวินหยางจะค้ำหน้าต่างตามสัญชาตญาณ แต่ตอนนั้นหน้าต่างกลับไม่มีกลอนอีก ระหว่างที่จะถอยหรือจะหาที่จับนั้น…
ดันชนหน้าต่างเปิดอ้าเสียงดังพอดี กระแสลมที่หนาวเหน็บพัดปะทะหน้าจนคนโดนลมตัวหนาวสั่น
“เหมือนกับมีเสียงบางอย่าง!” องครักษ์ที่อยู่ห้องข้างๆ ได้ยินเสียง จึงรีบเปิดหน้าต่างมองรอบๆ
ฉู่สวินหยางกับฉู่ฉีเหยียนที่หันมองจากชั้นล่างสบตากันอย่างตกใจ เหยียนหลิงจวินยื่นแขนมาโอบเอวนางไว้ แล้วพานางมาหลบข้างๆ ซ่อนตัวจากสายตาขององครักษ์ห้องข้างๆ ที่โผล่ศีรษะมามองซ้ายมองขวา
ซูหลินพาคนมากมายมาฆ่าถึงที่ เวลานี้ฉู่สวินหยางก็ไม่กล้าประมาทเหมือนกัน จึงยอมอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย
มองจากมุมของฉู่ฉีเหยียนกลับสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน…
มีเงาคนสองคน คนหนึ่งตัวสูงและอีกคนตัวเล็กกว่า แอบอิงกันอยู่ท่ามกลางความมืด ซ่อนอยู่หลังกำแพงข้างหน้าต่าง ถึงแม้จะดูไม่ออกว่าทั้งสองคนกำลังทำอะไรกัน ทว่าภาพไร้เสียงที่เห็นนั้นกลับบาดตาอย่างชัดเจน
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร! แค่ลมพัดหน้าต่างห้องข้างๆ เปิด!” คนห้องข้างๆ สอดส่องอยู่ที่หน้าต่างพักหนึ่ง ไม่เจออะไรผิดปกติก็ตะโกนให้ปิดหน้าต่างอีกครั้ง
ฉู่สวินหยางโล่งอกไปที นางลูบอกแล้วถอ