ยออกมาจากอ้อมแขนของเหยียนหลิงจวินก้าวหนึ่ง ตอนที่โผล่ศีรษะออกไปดูอีกรอบ ด้านล่างก็ไม่มีร่างของฉู่ฉีเหยียนแล้ว
นางก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน เพียงแค่ต่อว่าเหยียนหลิงจวินอย่างไม่พอใจว่า “ทำอะไรตกใจหมด?”
“ยังไงพวกเขาก็เห็นตั้งแต่ตอนที่ข้ามาแล้วก็ไม่เห็นต้องไปยั่วโมโหอีกรอบ!” เหยียนหลิงจวินยิ้ม แล้วช่วยจัดปกเสื้อนางให้เรียบร้อยอีกว่า “ไปเถอะ ละครฉากนี้ไม่มีอะไรน่าดูอีกแล้ว!”
ฉู่สวินหยางเบ้ปาก ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถจัดการฉู่ฉีเหยียนได้อย่างที่หวังไว้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้เอาเปรียบอะไร คิดดูแล้วก็ไม่มีอะไรเสียหาย
“อื้ม!” ฉู่สวินหยางพยักหน้าอย่างเสียดายเล็กน้อย
เหยียนหลิงจวินรูปร่างปราดเปรียวปีนออกไปทางหน้าต่างแล้ว ฉู่สวินหยางขยับไปตามแผน แต่ไม่ต้องรอให้นางขยับตัว เงาคนที่หายไปจากนอกหน้าต่างพลันห้อยศีรษะกลับเข้ามา แล้วยื่นแขนมาโอบนางเข้าสู่อ้อมกอดด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้าหล่อเหลาและพานางออกไปทางหน้าต่าง
หน้าต่างสั่นไหวเกิดเสียงดังขึ้นอีกครู่
องครักษ์ที่อยู่ห้องข้างๆ พูดไปด่าไปพลางโผล่ศีรษะออกมามองซ้ายมองขวาอีกครั้ง “เหล่าจางทางพวกเจ้าเกิดอะไรขึ้น? ไม่ได้ปิดตายหน้าต่างไปแล้วหรือ? เหล่าหลี่เจ้าไปดูห้องข้างๆ!”
“ขอรับ!” องครักษ์อีกคนตอบรับแล้วลุกออกไป แต่ประตูของห้องนั้นกลับถูกคนกระแทกเปิดจากด้านนอก ซูหว่านถลาเข้ามาอย่างโมโหร้าย นางไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว พุ่งเข้าไปลากตัวหลัวอวี่ก่วนที่ถูกมัดอยู่ตรงมุมกำแ