พงขึ้นมา ใช้ทั้งมือและเท้าแกะเชือกที่พันตัวนางยุ่งเหยิงออก แล้วลากตัวนางไปทางหน้าต่าง
องครักษ์สองคนต่างนิ่งอึ้งไป และมองอย่างตกตะลึงอย่างไม่รู้ว่าจะเข้าไปห้ามยังไงดี
เวลานั้นฤทธิ์ยาสลบในร่างหลัวอวี่ก่วนหมดไปเกินครึ่งแล้ว นางฟื้นขึ้นมาหลังจากที่ถูกซูหว่านพาตัวมาที่นี่ เพียงแต่ทั้งร่างกายอ่อนแอไม่มีแรง ถึงแม้เวลานี้จะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่กลับตื่นตระหนกจนมือเท้าหนักอึ้ง ทำได้เพียงคล้อยตามคนอื่น
ซูหว่านเปิดหน้าต่างออก จะผลักหลัวอวี่ก่วนออกไปนอกหน้าต่างนั้น
“อย่า…” หลัวอวี่ก่วนร้องอย่างหวาดผวาน่าสงสาร มองแม่น้ำที่โหมกระหน่ำซัดสาดด้านล่าง วิญญาณบินออกจากร่างในชั่วพริบตา
ซูหว่านจะกำจัดนางทิ้งงั้นหรือ?
หลัวอวี่ก่วนอ่อนแรงไปทั้งร่าง เพียงถูกลมหนาวที่พัดผ่านผิวน้ำด้านนอกก็เหงื่อตกด้วยความหวาดกลัวอีก
นางร้องให้ช่วยเหลือเสียงดังอย่างหวาดหวั่น แต่เสียงกลับกระจายอยู่แค่รอบหูเท่านั้น แทบกลืนหายไปกับเสียงลมที่พัดกระหน่ำจากด้านนอกไปทันที
เวลานั้นหลัวอวี่ก่วนแทบสิ้นหวังแล้ว
ซูหลินตามซูหว่านมาจากด้านหลัง และดันเห็นภาพนี้เข้าพอดี สีหน้าเขาโศกเศร้าเวทนาและหายใจติดขัดขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“หว่านเอ๋อร์?” ซูหลินทั้งตกใจและหวาดกลัว
“เจ้าบ้าไปแล้วรึไง? ยังไม่รีบหยุดมืออีก!” เขารีบเดินเข้าไปลากตัวซูหว่านออกมาจากหน้าต่าง แต่เพราะใช้แรงเยอะไป ซูหว่านจึงเซล้มลงไปบนโต๊ะด้านหลัง
ชุดชาบนโต๊ะถูกกวาดทิ้งตกพื้นจนแตกละเอียด