ิงระหว่างตนเองกับซูหว่านมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ความรู้สึกของซูหว่านเพียงฝ่ายเดียวก็ตาม
ซูหว่านถูกเขาสลัดทิ้งเหมือนหนีเชื้อโรคอีกครั้ง ความโกรธแค้นในใจพลันปะทุขึ้นมาท่วมท้น
เขาไม่ยอมช่วยนางก็แล้วไป แต่จะไม่ให้เหลือแม้แต่ความรู้สึกดีๆ ไว้สักนิดเลยจริงๆ งั้นหรือ? หลบแบบนี้ก็เกรงว่าจะไม่ทันแล้ว จึงคิดแต่จะสะบัดนางทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้วเท่านั้น!
จะให้นางยอมได้ยังไง?
“ฉู่ฉีเหยียน!” นางตามไปยืนอยู่บนหัวบันไดแล้วมองลงไปด้านล่าง พลางเอ่ยเสียงดังจนแทบจะเหมือนกับคลุ้มคลั่งว่า “หากวันนี้เจ้ากล้าเดินออกไปจากที่นี่ก็อย่ามาเสียใจภายหลัง ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ วันนี้ข้าจะทำให้ชื่อเสียงเจ้าป่นปี้ให้ได้!”
ฉู่ฉีเหยียนรู้จักนางดี พอได้ยินแล้วก็แค่หัวเราะเยาะ และยังคงไม่หยุดเดิน
เปลวไฟแห่งความโกรธคุโชนในดวงตาของซูหว่าน สายตาจับจ้องภาพเงาด้านหลังของเขาอย่างแน่วแน่ แล้วเอ่ยอย่างเกลียดชังทีละคำว่า “เจ้าไม่กลัวข้าเอาเรื่องที่เจ้ายุยงให้ข้าลงมือจัดการฉู่หลิงซิ่วไปบอกพี่ชายข้าหรือ?”
ฉู่ฉีเหยียนหยุดฝีเท้าในทันใด
……………………………………….