ฉู่อี้อันชำเลืองมองเขา แต่ไม่แสดงความคิดเห็นกับความอวดดีของเขา เพียงแค่คารวะฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอีกครั้ง “เสด็จพ่อ ตอนนี้สงครามที่เมืองฉู่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพียงแต่พิจารณาจากผลประโยชน์ในทุกด้านแล้ว เวลานี้ก็ไม่ควรปะทะกับชาวโม่เป่ยซึ่งๆ หน้าอีกพ่ะย่ะค่ะ”
ข่าวการเสียชีวิตของซื่อจื่ออ๋องโม่เป่ยถูกพระชายาที่แต่งงานใหม่กับอ๋องโม่เป่ยคนนั้นปิดเป็นความลับสุดยอด จนถึงตอนนี้ข่าวใหญ่ยังไม่ได้เผยแพร่ออกมา ฉู่อี้หมินไม่รู้รายละเอียดของเรื่องนี้ แต่ฮ่องเต้กับฉู่อี้อันกลับรู้ดี
ถ้าหากฮ่องเต้มั่นใจว่าจะสามารถพาทั่วป๋าไหวอันกลับมาได้ก็แล้วไป ไม่อย่างนั้น…
ไม่ช้าก็เร็วโม่เป่ยก็ต้องตกเป็นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
วางแผนร้ายมานานขนาดนี้ ถึงขั้นสร้างสถานการณ์อันตรายขึ้นมาและเอาตนเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายด้วย แต่ไม่คิดว่าท้ายที่สุดกลับล้มเหลวทั้งที่เกือบจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว
แน่นอนว่าฮ่องเต้ต้องรู้สึกไม่พอใจ แต่กลับทำอะไรไม่ได้
เขากลัดกลุ้มจนไม่ตรัสสิ่งใดอยู่นาน สุดท้ายก็จำเป็นต้องเห็นด้วยกับความคิดเห็นของฉู่อี้อัน จึงถอนหายใจออกมาแล้วตรัสว่า “ช่างเถอะ ก็แค่เด็กเมื่อวานซืน ข้ายังต้องไปสนใจเขาอีกงั้นหรือ? ยังไงก็ไปแล้ว”
“เสด็จพ่อ…” ฉู่อี้หมินไม่อยากจะเชื่อ นัยน์ตาพลันทอประกายกร้าว แล้วก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเอ่ย “ทั่วป๋าไหวอันจงใจเพิกเฉยต่อพระราชโองการของเสด็จพ่อ เสด็จพ่อก็ไม่เอาผิดแบบนี้หร