“ตรงนี้อากาศเย็นมากและไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่ ข้าก็ไม่มีธุระพอดี ข้าไปส่งเจ้าด้วยแล้วกัน!” ซูหว่านเอ่ยจบก็เหยียบที่วางเท้าเข้าไปในรถม้าก่อน
หลัวอวี่ก่วนลังเล ราวกับเป็นกังวล
ซูหว่านรออยู่ในรถม้าชั่วครู่ ไม่เห็นนางขึ้นไปก็โผล่ศีรษะออกมายื่นมือให้อีก แล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตรว่า “มาสิ!”
น้ำใจลึกซึ้งช่างยากที่จะปฏิเสธได้ อีกทั้งอากาศช่วงเดือนมกราคมยังหนาวเหน็บขนาดนี้…
หลัวอวี่ก่วนชั่งใจ ก่อนจะกัดฟันขึ้นรถม้าตามไป และเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งว่า “วันนี้คงต้องรบกวนเจ้าแล้วจริงๆ!”
“ไม่เป็นไร ยังไงก็เป็นทางผ่านพอดี!” ซูหว่านยิ้ม นางรินชาสองถ้วย แล้วส่งถ้วยหนึ่งมาใกล้มือนาง พลางอมยิ้มว่า “อากาศหนาว ดื่มชาร้อนให้ร่างกายอุ่นสักหน่อยเถอะ!”
“ขอบใจ!” หลัวอวี่ก่วนประคองถ้วยนั้นไว้ในมือ พลางก้มลงจิบไปสองอึกเงียบๆ คิดแล้วก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ จึงเงยหน้ามองซูหว่านอีกครั้งว่า “ท่านหญิงซู เรื่องที่วังก่อนหน้านี้ขออภัยด้วยจริงๆ เจ้าเชื่อข้า ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!”
“งั้นหรือ?” ซูหว่านยิ้มเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังชาร้อนถ้วยที่วางอยู่ตรงหน้าตนเอง ไม่รู้ว่าแววตาและสีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกตั้งแต่เมื่อไหร่ นางค่อยๆ เอ่ยว่า “ข้าก็อยากจะเชื่อเจ้า แต่เจ้าคิดว่าทำไมข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย?”
หลัวอวี่ก่วนนึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ นางจะโกรธขึ้นมา จึงอดที่จะอึ้งไปไม่ได้ “เจ้า…”
ซูหว่านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน