้าขึ้น มุมปากยกโค้งเป็นรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย เยือกเย็นหาใดเปรียบ
หลัวอวี่ก่วนตกใจ นางขดตัวถอยไปด้านหลังด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ทันใดนั้นราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันตัวกระโจนไปเกาะหน้าต่าง แล้วผลักหน้าต่างออกไปดูข้างนอก
“นี่ไม่ใช่ทางไปจวนหลัวกั๋วกงของข้า!” หลัวอวี่ก่วนเอ่ยอย่างตกใจ นางเบิกตาโตและหันไปมองซูหว่านอย่างไม่อยากเชื่อทันที “เจ้าจะพาข้าไปที่ไหน? ซูหว่าน เจ้า…เจ้าปล่อยข้าลงไป!”
นางเอ่ยพลางหันตัวกระโจนไปทางประตู!
“จับตัวนางไว้!” สีหน้าซูหว่านเข้มขึ้น นางตวาดเสียงเย็นเยียบ
สาวใช้สองคนที่นั่งอยู่ตรงมุมรถฉวยโอกาสพุ่งเข้าไป สองคนรวมแรงกันกดตัวหลัวอวี่ก่วนไว้บนพรมหนังแกะหนาที่ปูอยู่ในรถม้า
หลัวอวี่ก่วนถูกสองคนกดเอาไว้ นางหันไปมองซูหว่านอย่างตื่นตระหนกตลอด แล้วเอ่ยเสียงสั่นว่า “เจ้าจะทำอะไร? เจ้ากล้าทำร้ายข้ารึ? ฮองเฮารู้ว่าข้าออกจากวังมา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับข้าล่ะก็…องครักษ์ที่เฝ้าประตูวังเมื่อครู่ต้องเห็นหมด เจ้าไม่รอดแน่!”
“ข้าเพียงแต่ไปส่งเจ้าด้วยความหวังดีเท่านั้น พวกเขาเห็นแล้วยังไงเล่า?” ซูหว่านกลับไม่หวั่นเกรง และแค่มองนางอย่างเย็นชาว่า “จะโทษก็โทษที่เจ้าดันไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น อย่างที่เจ้าว่ามา เจ้าเป็นคนที่คอยติดตามฮองเฮาอย่างใกล้ชิดเสมอ ถ้าหากวันไหนไว้ใจปากเจ้าไม่ได้ล่ะ…”
นางพูดไปก็ถอนหายใจหนัก แล้วลุกไปยกชาที่หลัวอวี่ก่วนดื่มไปครึ่งหนึ่งบนโต๊ะมาและบีบปากนางจะเทกรอก