ลงไป
“ชานี้…” หลัวอวี่ก่วนพลันเข้าใจบางอย่างทันที และพยายามฝืนปิดปากเอาไว้
“วางใจเถอะ แค่ใส่ยาสลบไปนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าจะวางยาพิษเจ้าจริงๆ ข้าคงแก้ตัวลำบากเหมือนกัน!” ซูหว่านก็หงุดหงิดเหมือนกัน
คำพูดของฉู่ฉีเหยียนก่อนหน้านี้ไม่ได้เกินจริงไปเลยสักนิด ตอนนั้นนางเองก็จนตรอกถึงได้ลืมไปว่ายังอยู่ในวัง หากปล่อยให้เรื่องนี้ไปถึงหูฮ่องเต้จริง นางกับฉู่ฉีเหยียนได้ซวยแน่
ยังมีหลัวอวี่ก่วนที่น่ากังวลอีก
รู้อยู่แก่ใจว่าชานี้มีปัญหา แล้วหลัวอวี่ก่วนจะยอมดื่มได้ยังไง? แต่อีกฝ่ายคนเยอะย่อมได้เปรียบกว่า นางสลัดไม่หลุดจริงๆ ทว่าในขณะที่ไร้ทางเลือกกลับเอ่ยเสียงดังว่า “ไม่! เจ้าปล่อยข้าไป…ท่านหญิงซู แล้วข้าจะบอกเจ้า…เจ้าไม่อยากรู้ว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงให้เจ้าแต่งงานกับองค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยงั้นหรือ?”
ซูหว่านชะงักงัน หลัวอวี่ก่วนฉวยโอกาสใช้ไหล่กระแทกอย่างแรงให้ถ้วยชาในมือนางคว่ำไป
ซูหว่านพาลโกรธขึ้นมา ตอนที่กำลังหันตัวไปหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะ หลัวอวี่ก่วนก็เอ่ยอีกว่า “ฝ่าบาทไม่ได้ตั้งใจให้เจ้าแต่งไปโม่เป่ยตั้งแต่แรก เดิมทีฝ่าบาทจะให้ท่านหญิงสวินหยางแต่งงานต่างหาก!”
ทีแรกซูหว่านแค่คิดว่านางพูดไปเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น แต่ก็รู้สึกว่าพอฟังขึ้นอยู่บ้าง จึงหันกลับมามองอย่างระแวง
“จริงนะ ข้าไม่ได้หลอกเจ้า!” หลัวอวี่ก่วนไม่ได้สนใจอะไรมากแล้ว นางเอ่ยทั้งน้ำตาไหลอาบหน้าว่า “แต่เพราะความเข้าใจผิดในงานเลี้ยงราชสำนัก ฝ่าบาท