ชิงหลัวเข้าใจแล้วจึงไม่พูดอะไรมาก แล้วพยักหน้าว่า “เจ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
เพราะว่าคนที่มาส่งข่าวบอกว่าเป็น ‘คำเชิญลับ’ ดังนั้นฉู่สวินหยางจึงออกจากบ้านมาโดยไม่ได้บอกใคร และพาแค่องครักษ์สองคนกับสาวใช้สองคนไปด้วย เดินไปทางหอยลนทีสถานที่ที่อีกฝ่ายกำหนดมา
เวลาพลบค่ำ ท้องฟ้ามืดครึ้ม แม่น้ำไหลเชี่ยวอยู่ไกลๆ เกลียวคลื่นถาโถม พออากาศบริเวณริมแม่น้ำนี้พัดผ่านก็รู้สึกว่าอากาศยิ่งหนาวเหน็บขึ้น
ฉู่สวินหยางรวบคอเสื้อ แล้วสั่งให้ชิงเถิงรออยู่ด้านนอก ส่วนตนเองพาชิงหลัวเข้าไปทางประตูทางเข้าของหอยลนที
เวลานั้นถึงแม้แสงไฟภายในหอจะสว่างไสว แต่บรรยากาศกลับเงียบสงัด
ชิงหลัวเตรียมพร้อมจะจับกระบี่อ่อนที่เอว แต่ถูกฉู่สวินหยางห้ามไว้ พอก้าวผ่านประตูไป เถ้าแก่ที่กำลังดีดลูกคิดเสียงดังอยู่ด้านหลังก็รีบเข้ามาต้อนรับเอ่ย “โอ้ แขกทั้งสองท่านเชิญด้านใน ท่านทั้งสองต้องการสิ่งใดหรือ?”
ฉู่สวินหยางเงยหน้ามองสำรวจทุกที่และไม่เอ่ยสิ่งใด ชิงหลัวจึงตอบแทนว่า “พวกเรามาพบคน!”
“สองสามวันมานี้ร้านปิดฉลองปีใหม่ ข้าก็เพิ่งจะเปิดร้านวันนี้เอง ตอนนี้ไม่มีแขกพอดี!” เถ้าแก่ตอบกลับ
“เช่นนั้นหรือ?” ฉู่สวินหยางดึงสายตากลับมา แล้วมองเขาอย่างอารมณ์ดีว่า “เช่นนั้นข้าคงมาเร็วไป เถ้าแก่ เจ้าเลือกห้องไหนก็ได้ให้ข้าสักห้อง ข้าจะรอเขาสักหน่อย!”
“ขอรับ!” เถ้าแก่รับคำ แล้วรีบนำทั้งสองคนขึ้นไปชั้นสอง เขาผลักบานประตูที่อยู่ใกล้หัวบันได