และขยับตัวเปิดทางให้ฉู่สวินหยาง “เชิญท่านทั้งสองด้านใน!”
ห้องนี้ตกแต่งได้งดงามและสะอาดสะอ้านมาก ของประดับตกแต่งไม่มากนัก มองปราดเดียวก็รู้
ฉู่สวินหยางมองเข้าไปด้านใน แต่กลับไม่ยอมเดินเข้าไปข้างในสักที แล้วหันกลับมายิ้มว่า “ข้าไม่ค่อยชอบตำแหน่งของห้องนี้ อีกเดี๋ยวหากมีแขกคนอื่นมาเดินไปเดินมา คงยากที่จะหลีกเลี่ยงเสียงเอะอะโวยวาย เจ้าเปลี่ยนห้องอื่นให้ข้าเถอะ!”
“ปกติเดือนมกราคมเช่นนี้พอเข้าสู่ยามราตรีก็ไม่ค่อยมีคนแล้วขอรับ” เถ้าแก่เอ่ย พูดไปก็กลัวฉู่สวินหยางจะโต้แย้งอีก จึงรีบบอกว่า “และช่วงฤดูหนาว บริเวณริมแม่น้ำนี้ลมแรง ท่านสองคนใช้ห้องนี้เถอะ หน้าต่างห้องอื่นหันหาทางลม เสียงค่อนข้างหนวกหู”
“งั้นหรือ?” ฉู่สวินหยางยิ้มและยังเงียบไปอีกชั่วครู่ ราวกับกำลังชั่งใจบางสิ่ง หลังจากนั้นถึงจะพยักหน้าเอ่ย “ได้ ในเมื่อเจ้าว่าห้องนี้ดี งั้นก็ห้องนี้แล้วกัน!”
พูดจบก็เดินเรียงหนึ่งเข้าไปในห้องกับชิงหลัว
คล้อยหลังไป เถ้าแก่คนนั้นสีหน้าเหมือนยกภูเขาออกจากอก แล้วรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง
ทางด้านฉู่สวินหยางกับชิงหลัวที่เพิ่งเข้าห้องมา ยังไม่ทันทำอะไรก็มีเสียงดังปังมาจากด้านหลัง ประตูห้องถูกคนปิดตายจากทั้งสองฝั่ง
ชิงหลัวจะคว้ากระบี่ที่เอวไว้ระวังภัย แต่เหมือนอีกฝ่ายเตรียมป้องกันนางเคลื่อนไหวแบบนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงชิงโจมตีไปที่ข้อมือของนางก่อนโดยไม่รอให้นางได้กระบี่มาอยู่ในมือ ทำให้นางเคลื่อนไหวไม่ต่อ