ความหวังจุดประกายขึ้นในใจซูหว่านในชั่วพริบตา นางรีบวิ่งตามไปแซงหน้าเขา ยืนอยู่บนบันไดขั้นล่างสุดแล้วเงยหน้าหันกลับมามองเขา
นางสบสายตาฉู่ฉีเหยียน มุมปากยกโค้งขึ้นยิ้มเยาะเจือความเย็นชาเอ่ย “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ หรือ? ฉู่ฉีเหยียน เจ้าคิดว่าข้าโง่ขนาดนั้นจริงๆ เชียวหรือ?”
ฉู่ฉีเหยียนไม่ชอบนาง!
ก่อนหน้านี้นางยังสามารถหลอกตนเองได้ว่า เขาอาจจะมีความรู้สึกดีๆ ให้นางเหมือนกัน เพียงแต่เขาเป็นคนแบบนี้ เย่อหยิ่ง เย็นชา และแค่ไม่ชอบแสดงออกเท่านั้น
เรื่องมาถึงวันนี้ถึงจำเป็นต้องยอมรับ…
ฉู่ฉีเหยียนแค่ใช้ประโยชน์จากนางเท่านั้น!
สีหน้าฉู่ฉีเหยียนเรียบเฉยไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง มุมปากยกโค้งเล็กน้อยเอ่ย “โอ้? เจ้ารู้หรือ?”
“คนที่เฉลียวฉลาดแบบท่านหญิงอันเล่อ แต่ไหนแต่ไรมามีแต่นางที่คิดทำร้ายคนอื่น ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนางกับจางอวิ๋นเจี่ยนกันแน่ แต่ข้ารู้เรื่องที่นางใช้ให้พี่ชายข้าไปลอบทำร้ายฉู่สวินหยางก่อนหน้านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า” ซูหว่านเอ่ยอย่างไร้ความหวั่นเกรง “แทนที่จะบอกว่านางถูกฉู่หลิงซิ่วทำร้าย สู้บอกว่านางจงใจให้ฉู่หลิงซิ่วรับเคราะห์แทนนางดีกว่า พวกเจ้าคิดจะยืมมือข้าฆ่าปิดปากฉู่หลิงซิ่วหรือ? อันที่จริงทีแรกข้าก็ไม่ได้ถือสาหรอก ถ้าเพื่อเจ้าแล้ว ให้ข้าทำเแค่นี้ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร? แต่…แต่ว่า…”
ซูหว่านพูดไปก็รู้สึกน้อยใจ จนกลั้นน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจและโกรธแค้นไว้ไม่อยู