่
ฉู่ฉีเหยียนฟังถึงตรงนี้ กลับรู้สึกโล่งอกไปที…
เมื่อครู่เขาเกือบคิดว่าซูหว่านมองเจตนาที่แท้จริงของเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่งอยู่แล้วเชียว
“แต่ไหนแต่ไรมาข้าไม่เคยให้เจ้าทำอะไรเพื่อข้า เรื่องที่เจ้าทำไปก็เป็นเรื่องที่เจ้าคิดเอาเองทั้งนั้น” ฉู่ฉีเหยียนเอ่ย เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและผ่อนลมหายใจออกอย่างสบายใจด้วยสีหน้าเฉยชา “เจ้าอยากบอกอะไรกับซูหลินก็ตามสบาย!”
เขาเอ่ยพลางผลักนางออกไปด้วย แล้วเดินลงบันไดสองขั้นสุดท้ายและเดินต่อไปทางประตู
ซูหว่านถูกเขาผลักจนเซไปกระแทกรั้วด้านข้าง
นางรีบเงยหน้าขึ้นแล้วชี้นิ้วไปที่ประตูทางเข้าทันที ตวาดเสียงสูงว่า “ปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
เพื่อจัดการฉู่สวินหยาง นางได้เปลี่ยนคนในโรงเตี๊ยมนี้ใหม่หมดแล้ว
นางยังไม่ทันพูดจบ ก็มีองครักษ์เจ็ดถึงแปดคนเข้ามาจากด้านนอกและปิดประตูทางเข้า ในขณะเดียวกันยังถือทวนยาวเตรียมพร้อมไว้ในมือ ปิดตายทางไปของฉู่ฉีเหยียน
ในเวลาเดียวกันก็มีคนอีกสิบกว่าคนทยอยออกมาจากห้องต่างๆ บนชั้นสอง ปิดทางออกทั้งหมดทุกชั้นและไม่ให้ใครเล็ดลอดออกไปได้
ครั้งนี้ถือว่าฉู่ฉีเหยียนพลาดท่าเสียที เพราะว่าเมื่อตอนบ่ายเพิ่งเจอฉู่สวินหยางในวัง ดังนั้นพอตอนเย็นชิงหลัวไปแจ้งข่าวด้วยตนเองอีก เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และเพื่อตบตาหลอกคนอื่น จึงพาหลี่หลินตามมาด้วยแค่คนเดียว
เวลานี้ต้องรับมือองครักษ์ราวสามสิบคนของซูหว่าน ด้วยฝีมือของเขาและหลี่หลินไม่ใช่เรื่องยากนัก เพียงแต่ต้