องสิ้นเปลืองแรงแน่ โรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้เคียงที่นี่มีไม่น้อย ถึงตอนนั้นหากส่งเสียงดังออกไปก็คงยุ่งวุ่นวาย
สายตาฉู่ฉีเหยียนเย็นยะเยือกและหยุดเดินอีกครั้ง
ซูหว่านยืนอยู่ตรงหัวบันได เห็นเงาของเขาเหมือนลังเลไม่ก้าวเดินต่อ จึงหัวเราะเยาะอย่างถือดี “ข้ารู้ว่าข้ารั้งเจ้าไว้ไม่ได้ เจ้าจะลองใช้กำลังฝ่าออกไปก็ได้ ถึงยังไงตอนนี้ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว อย่างมากพอเรื่องก็ไปถึงฝ่าบาท ชื่อเสียงของทุกคนจะได้ป่นปี้ด้วยกัน!”
หากฮ่องเต้ยังคงยืนกราน เช่นนั้นจุดจบของนางคงไม่พ้นต้องไปโม่เป่ยด้วยกันกับทั่วป๋าอวิ๋นจี
ฉู่ฉีเหยียนยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ราวกับนางทำให้เขากลัวจริง
ซูหว่านยกยิ้มมุมปากแล้วเดินไปข้างหน้า เดิมทีอยากจะเอื้อมมือไปจับบ่าของเขา แต่เพราะมีองครักษ์อยู่ด้วยจึงลังเลไปชั่วครู่ แล้วออกคำสั่งว่า “พวกเจ้าถอยออกไปก่อนเถอะ เฝ้าประตูที่นี่ไว้ให้ดี อย่าให้ใครผ่านเข้าออกได้”
“ขอรับ!” แต่เหล่าองครักษ์ยังไม่ทันได้ถอยออกไปเฝ้าด้านนอก แสงเทียนก็สว่างไสวจนสามารถมองเห็นเงาคนที่อยู่นอกประตูได้อย่างชัดเจน
คนนอกออกไปจากห้องโถงหมดแล้ว เมื่อครู่ซูหว่านลองเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ แล้วค่อยๆ วางมือลงบนไหล่ฉู่ฉีเหยียน
ฉู่ฉีเหยียนไม่ได้หันกลับมามองและยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ท่าทางที่คล้ายกับยินยอมของเขากลับทำให้ซูหว่านดีใจ ใบหน้าของซูหว่านย้อมด้วยสีเลือดฝาด นางพยายามควบคุมลมหายใจ หลับตาลง แล้วค่อยๆ