ก้าวไปชิดหลังของเขา
ฉู่ฉีเหยียนฝืนใจปิดตาลง และพลิกมือคว้าข้อมือนางไว้แล้วเหวี่ยงไปด้านข้างทันที
ซูหว่านถูกเขาผลักจนเซ กว่าจะทรงตัวได้ก็โดนเขาบีบคอไว้แล้ว
“เจ้า…” ถึงเขาจะยังไม่ลงมือ แต่ก็บีบแน่นจนซูหว่านแทบหายใจไม่ออก
เวลานี้มีเพียงปลายเท้านางที่ยังแตะพื้น ลำคออยู่ในกำมือของฉู่ฉีเหยียน นางหายใจลำบาก พริบตาเดียวก็หน้าคล้ำเป็นสีเลือดหมู สองเท้าเตะสะเปะสะปะพยายามแกะมือของเขาออก นางทรมานจนส่งเสียงไม่ออกแม้แต่นิดเดียว
ฉู่ฉีเหยียนมองนางด้วยสีหน้าเฉยเมย และเอ่ยอย่างชัดเจนทุกคำว่า “เจ้าอยากไปก่อความวุ่นวายที่ไหนก็เรื่องของเจ้า แต่อย่าได้พยายามมาข่มขู่ข้า เจ้ายังไม่มีสิทธิ์นั้น!”
เขาเอ่ยพลางผลักนางออกไปด้วย
ซูหว่านโซเซจนถอยไปหลายก้าว มือลูบคอหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
ฉู่ฉีเหยียนมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ แล้วเดินไปทางประตู
ถึงซูหว่านจะหายใจได้สะดวกแล้ว แต่กลับยังรู้สึกเหมือนถูกอะไรกดทับไว้จนอึดอัดมาก
ชั่วพริบตาที่ฉู่ฉีเหยียนจะเปิดประตูนั้นเอง จู่ๆ นางก็เงยหน้ายิ้มและเอ่ยเสียงเย็นว่า “ฉู่ฉีเหยียน เจ้าคิดว่าข้าขู่เจ้าจริงๆ งั้นหรือ? ข้าไม่ได้สำคัญอะไรจริง แต่เจ้าว่า…หากหลังจากที่เจ้าปรากฏตัวขึ้นที่นี่ แล้วท่านหญิงสวินหยางแห่งวังบูรพา แม่นางหลัวอวี่ก่วนและข้าตายด้วยกันที่นี่หมด เรื่องนี้…เจ้ายังแน่ใจว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่?”
เวลานั้นฉู่ฉีเหยียนแง้มประตูทางเข้าเปิดได้เพียงนิดเดียว ประตูหันหน้าเข้า