หาแม่น้ำ รับลมหนาวชื้นให้พัดเข้ามา เสื้อผ้าของเขาโบกสะบัดด้วยลมหนาวสะท้านจนยากจะบรรยาย
เขาพลันหยุดยืนนิ่งเงียบไม่ขยับอีกครั้ง
ซูหว่านเดิมตามมาและลอบสังเกตใบหน้าของเขาอย่างละเอียดอยู่ข้างๆ ว่า “หากข้ายังสำคัญไม่พอ หลัวอวี่ก่วนก็ไม่ได้มีค่าพอให้สนใจ เช่นนั้นฉู่สวินหยางเล่า? นางเป็นท่านหญิงแห่งวังบูรพา แก้วตาดวงใจขององค์รัชทายาท หากนางตายอยู่ข้างหลังเจ้าอย่างคลุมเครือ เจ้าคิดว่า…เจ้าจะอธิบายได้อย่างชัดเจนหรือ?”
สีหน้าฉู่ฉีเหยียนคงเดิม แต่นัยน์ตาคล้ายมีเมฆฝนปกคลุม ราวกับมีน้ำค้างแข็งอันเย็นเฉียบทับนัยน์ตาเดิมที่แสนเย็นชาไปอีกชั้น
นิ้วมือขยับเล็กน้อย แล้วในที่สุดเขาก็ค่อยๆ ลดแขนลงปิดประตูที่เปิดได้เพียงครึ่งบานอีกครั้งเสียงดังปัง
เสียงลมที่พัดผ่านห้องโถงพลันเงียบหายไป เขาเอียงศีรษะอย่างเฉยเมย มองซูหว่านอย่างเย็นชา แล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
ซูหว่านเห็นเขายอมอ่อนข้อให้ ในใจกลับรู้สึกทั้งเจ็บปวดและเปล่าเปลี่ยว
รู้ว่าครั้งนี้นางจับจุดอ่อนของฉู่ฉีเหยียนได้แล้วจริงๆ ความมั่นใจของนางกลับคืนมาในชั่วพริบตา จึงก้าวไปอีกสองก้าวอย่างไร้ซึ่งความกังวลอีก แล้วกอดเอวเขาไว้จากด้านข้าง นางซบหน้าบนหลังบ่าของเขา น้ำเสียงร้อนรนเจือความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่า “ช่วยข้า!”
ฉู่ฉีเหยียนยืนนิ่ง ค้ำมือหนึ่งไว้บนบานประตูนั้น นิ้วมือค่อยๆ กำเป็นหมัด และใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุดสะกดก