รอยยิ้มสดใสที่มาจากฉู่สวินหยางตรงหน้า ล้วนตกอยู่ในสายตาของเขา ทว่ารอยยิ้มในดวงตานั้นกลับถูกย้อมไปด้วยความรู้สึกที่ห่างไกลและลุ่มลึก พูดทุกคำอย่างหนักแน่นและชัดเจนว่า “แม้แค่ฝันข้าก็ยังไม่กล้าคิด ภายในค่ายทหารเมืองฉู่ก็คงมีคนของเจ้าอยู่ในนั้นเช่นกัน แผนยุให้แตกคอกันนี่ เห็นผลอย่างรวดเร็วจริงๆ ด้วย…”
ในขณะที่นางพูดก็ตวัดสายตากลับมามองอย่างสง่างาม “หากที่ข้าคาดไว้มิผิด เวลานี้ท่านหญิงอันเล่อคงจะเปลี่ยนเส้นทางกลับจวนไป ‘ปลอบใจ’ ฮองเฮาของพวกเราที่วังโซ่วคังแทนแล้วล่ะสิ? และผลของการปลอบใจก็คือ…หลัวฮองเฮาที่แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยสอดมือไปยุ่งกับราชกิจอย่างรู้หน้าที่บัดนี้คงจะโกรธจนผมตั้ง อารมณ์เปลี่ยนอย่างกับคนละคน!”
ฮ่องเต้ไม่มีแผนจะเปลี่ยนรัชทายาท หากต้องการจะให้ฉู่อี้อันหลุดพ้นจากความโปรดปราน หลัวฮองเฮานั้นถือเป็นใบมีดที่คมที่สุด
ใช้หลัวอี้เป็นฉากหน้า บีบหลัวฮองเฮาให้เป็นสุนัขจนตรอกจำต้องยอมร่วมมือ แผนของฉู่ฉีเหยียนครั้งนี้ก็นับว่าเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน
แววตาของฉู่ฉีเหยียนสีเข้มขึ้น ไม่พบความเยือกเย็นและโกรธแค้นแต่อย่างใด แต่กลับเห็นประกายในตาของเขาเปลี่ยนเป็นซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
สักพักก็ถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร “สวินหยาง บางครั้งการที่ผู้หญิงฉลาดเกินไปก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีแต่อย่างใด! แม้มีบางเรื่องที่เจ้ารู้อยู่แก่ใจ ก็ไม่ควรจะนำออกมาพูด!”
“อย่างนั้นหรือ?” ฉู่สวินหยางแย้มยิ้