ม “ข้าเพียงคิดว่า คนเรานั้นมีวิธีให้เลือกตายอยู่มากมาย แต่ที่ไม่ควรเลยก็คือตายเพราะความโง่ของตน แล้วก็…จุดยืนของเจ้ากับข้าก็ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว พวกเราเป็นศัตรูกันมิใช่หรือ?”
ฉู่ฉีเหยียนกัดริมฝีปาก ไม่พูดสิ่งใดออกมา
การต่อสู้ของผู้มีอำนาจแต่ไหนแต่ไรก็ล้วนเป็นเช่นนี้ ยังคงเป็นคำพูดที่ฉู่สวินหยางวิจารณ์ฉู่ฉีฮุยไว้ก่อนหน้า…
รังที่พลิกคว่ำไปแล้วอย่างไรไข่ก็ต้องแตก!
ในเมื่อจุดยืนของทั้งสองฝ่ายถูกกำหนดไว้แล้ว คนสองกลุ่มใหญ่ที่เป็นปรปักษ์กันเช่นนี้ก็ไม่มีวันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน
ฉู่ฉีเหยียนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดเขาจึงต้องมารอนางที่นี่ สถานการณ์ระหว่างพวกเขานั้นอยู่ในขั้นที่ว่าแทบจะไม่ต้องพูดถึงแล้ว แต่ว่า…
ในห้องทรงอักษรเมื่อครู่ ฉากที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายต่อต้านกันไปมากลับทำให้ในใจเขารู้สึกกดดันและไม่มีความสุขอย่างแปลกประหลาด
“ช่างเถอะ เจ้าก็ถือซะว่าวันนี้พวกเราไม่เคยเจอกันเถิด!” ท้ายที่สุดฉู่ฉีเหยียนจึงสูดลมหายใจลึกแล้วกล่าว
ตั้งแต่ต้นจนจบเขาเก็บความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ทว่ากลับมาเสียท่าเผยเสียงถอนหายใจอ่อนแรงในตอนท้าย
ฉู่สวินหยางตกตะลึงไป ในรอยยิ้มที่ปรากฏยังแฝงไว้ด้วยความมึนงงชั่วขณะ
นางก้าวเท้าเดินไปทางด้านหน้า
ฉู่ฉีเหยียนขมวดคิ้วมองตามหลังนาง แม้ว่าสติของเขาเตือนให้เขาหยุดเพียงเท่านี้ แต่ว่าสุดท้ายกลับอดที่จะกล่าวขึ้นอีกครั้งไม่ได้ “อำนาจไม่ได้เ